Categories
Health Care

ยาขมตราใบห่อ

ยาขมตราใบห่อ ยาสมุนไพรแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ที่คงความคลาสสิกเอาไว้จากรุ่นสู่รุ่น

หากพูดถึง ยาขมตราใบห่อ แล้ว เชื่อว่าหลายคนจะต้องคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นยาสมุนไพรที่ได้ยินกันมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแล้ว โดยได้ก่อตั้งบริษัท ห้างขายยาตราใบห่อ จำกัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยคุณประสิทธิ์ อัคคะประชา ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรมานาน โดยผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวคือ “ยาขมแบบตอกเม็ด” ซึ่งห้างขายยาตราใบห่อเองก็ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่วางขาย และหลังจากที่วางขายยาขมชนิดเม็ดตราใบห่อในตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นรู้จักอย่างกว้างขวางสักเท่าไหร่ เพราะเปิดขายแค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น คุณประสิทธิ์จึงคิดวิธีทำให้ยาขมของตนเองเป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการประกาศออกไปว่าหากใครมียาขมชนิดเม็ดตราใบห่อและนำมาให้จะแจกเงินจำนวน 500 บาท ทำให้คนต่างนำซองยามาให้ดูเพื่อรับเงิน ซึ่งในขณะนั้นซองยาก็มีราคาเพียงแค่ซองละ 1 บาทเท่านั้นเอง ต่อมาจึงได้เริ่มวางขายทั่วประเทศในปีพ.ศ. 2535 

ยาขมชนิดเม็ดตราใบห่อ มีแบบไหนบ้าง มีสรรพคุณอย่างไร

ยาขมชนิดเม็ดตราใบห่อ รุ่นคลาสสิก เป็นยาขมตราใบห่อชนิดเม็ด มีสรรพคุณแก้ร้อนใน แก้ไข้ ตัวร้อน ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีตัวยาสำคัญหลายชนิด อาทิ บอระเพ็ด 140 กรัม, อึ่งงิ้ม 30 กรัม, ลูกกระดอม 20 กรัม ฯลฯ ส่วนวิธีทานคือ ให้ทานก่อนหรือทานหลังอาหาร วันละ 3 เวลา โดยผู้ใหญ่ให้ทานครั้งละ 4 เม็ด และเด็กทานครั้งละ 1 – 2 เม็ด

ยาขมชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการร้อนใน ลดไข้ แก้กระหายน้ำ และช่วยให้เจริญอาหาร มีส่วนประกอบของตัวยาสมุนไพรที่สำคัญหลายชนิด อาทิ บอระเพ็ด ลูกกระดอม ใบมะระ ฯลฯ ทานก่อนหรือหลังอาหาร วันละ 2 เวลา ผู้ใหญ่ทานครั้งละ 4 แคปซูล เด็กทานครั้งละ 2 แคปซูล

แนะนำยาสมุนไพรตราใบห่อ ที่ควรมีไว้ติดบ้าน

ยาเขียวชนิดเม็ด นอกจากยาขมตราใบห่อแล้ว ยาเขียวตราใบห่อก็ถือว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย มีสรรพคุณแก้ไข ปวดหัว ตัวร้อน ออกหัดอีสุกอีใส แก้ร้อนใน และแก้กระหายน้ำได้ดี ตัวยาที่สำคัญคือ ใบพิมเสน 400 กรัม, ใบสันพร้าหอม 400 กรัม, พิษนาศน์ 200 กรัม และอื่น ๆ ทานก่อนหรือหลังอาหาร วันละ 3 เวลา ผู้ใหญ่ทานครั้งละ 4 เม็ด เด็กทานครั้งละ 2 เม็ด นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับเด็กที่ออกหัดอีสุกอีใสได้ด้วย โดยการนำยาไปชงในน้ำร้อนและผสมน้ำอุ่นอาบ แนะนำว่าให้เลือกใช้ชนิดผง เพราะละลายน้ำได้ง่ายกว่า

ยาฟ้าทะลายโจร เป็นชนิดแคปซูล ทานง่าย มีสรรพคุณแก้ไข้ ตัวร้อน หรือร้อนใน มีส่วนประกอบของฟ้าทะลายโจร 1,000 กรัม และตัวยาอื่น ๆ ทานก่อนหรือหลังอาหาร วันละ 3 เวลา ผู้ใหญ่ทานครั้งละ 4 แคปซูล เด็กทานครั้งละ 2 แคปซูล

ยาขมิ้นชัน เป็นชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยขับลม ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ผลิตจากเหง้าขมิ้นชัน ทานหลังอาหาร วันละ 4 เวลา ครั้งละ 1 – 2 แคปซูล

ยาบำรุงร่างกายกระชายดำ เป็นชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และช่วยให้เจริญอาหารขึ้น ทานวันละ 2 เวลา ก่อนหรือหลังอาหารเช้าและเย็น ครั้งละ 2 แคปซูล

ยาระบาย ชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เป็นยาระบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น มีส่วนประกอบของใบมะขามแขก ยาดำ สมอไทย ฯลฯ ให้ทานเมื่อมีอาการท้องผูก ผู้ใหญ่ทานวันละ 1 ครั้งก่อนนอน ครั้งละ 4 แคปซูล

ยาบรรเทาริดสีดวงทวาร ชนิดแคปซูล เป็นยาระบายแก้ท้องผูกที่ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร มีส่วนประกอบของเหงือกปลาหมอ ลูกจันทน์ เพชรสังฆาต สมอเทศ ฯลฯ ทานวันละ 2 เวลา หลังอาหารเช้าหรือเย็น ครั้งละ 4 แคปซูล 

ปัจจุบันนี้ยาขมตราใบห่อไม่ได้หาซื้อได้เฉพาะในร้านขายยาเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 สินค้าของห้างขายยาตราใบห่อได้นำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ตราใบห่อและผลิตภัณฑ์ในเครือออกมาวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ แล้ว ทำให้หาซื้อกันได้ง่ายขึ้น สะดวก และประหยัดเวลา สามารถเข้าไปเลือกซื้อในร้านค้าออนไลน์ได้ทั้งทางเว็บไซต์และทางแอปพลิเคชัน   

ยาขมตราใบห่อ
ยาขมตราใบห่อ
Categories
Health Care

รถเข็นผู้ป่วย

ประโยชน์ของ รถเข็นผู้ป่วย กับการเลือกใช้งานอย่างถูกวิธี มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างไร?

รถเข็นผู้ป่วย หรือวีลแชร์ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง กระดูกขา เท้า หรือกล้ามเนื้อ ทำให้เดินไม่ได้หรือเดินไม่สะดวก การนั่งรถเข็นจึงช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนย้ายได้สะดวกมากขึ้น เห็นได้จากสถานพยาบาลหรือตามสถานที่ต่าง ๆ ที่จะมีรถเข็นไว้ให้บริการผู้ป่วยในกลุ่มนี้อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานกับผู้ป่วยที่บ้านได้ เพื่อความสะดวกในการดูแลและการเดินทาง

ความแตกต่างของวีลแชร์แต่ละประเภทและประโยชน์การใช้งาน

· แบบมีผู้ช่วยเข็น (Transport wheelchair) เป็นรถเข็นผู้ป่วยที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ดูแลหรือผู้ช่วยเข็น เข็นผู้ป่วยเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก ควบคุมทิศทางโดยผู้ช่วยเข็น เป็นชนิดที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลเพราะมีน้ำหนักเบาและมีราคาไม่สูง มีทั้งแบบพับได้และแบบพับไม่ได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข็นเองได้หรือไม่สามารถใช้มือหรือแขน

· แบบใช้มือหมุนด้วยตนเอง (Manually propelled wheelchair) จะมีลักษณะคล้ายกับรถเข็นแบบผู้ช่วยเข็นแต่จะออกแบบมาให้มีล้อหลังที่ใหญ่กว่า เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมทิศทางได้ง่ายขึ้น เป็นชนิดที่ผู้ป่วยสามารถใช้มือหมุนที่วงล้อด้านนอกเพื่อควบคุมทิศทางต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวหรือเบรก

· รถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้า เป็นรถเข็นที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ผู้ป่วยสามารถควบคุมทิศทางเองได้ผ่านแผงหรือปุ่มควบคุมบนตัวรถเข็น โดยจะมีตำแหน่งอยู่ใกล้ ๆ กับที่พักมือเพื่อให้ผู้ป่วยควบคุมได้ง่ายขึ้น สามารถเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หมุนหรือกลับรถ และเบรกได้ ปรับความเร็วได้หลายระดับ สามารถใช้ขึ้น – ลงทางลาดชันได้ ส่วนมากแล้วล้อจะออกแบบมาให้ใช้ได้กับทุกพื้นผิว เป็นรถเข็นที่ใช้งานได้ทั้งระบบไฟฟ้าและแบบผู้ช่วยเข็น

ประโยชน์ของ รถเข็นผู้ป่วย ที่น่ารู้

· ใช้เป็นยานพาหนะสำหรับผู้พิการขา เพื่อช่วยให้ผู้พิการเดินทางได้อย่างสะดวก สามารถเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ เพราะตามระบบขนส่งหรือสถานที่ต่าง ๆ จะมีทางสำหรับรถเข็นผู้ป่วยไว้ให้บริการอยู่แล้ว

· ช่วยอำนวยความสะดวกนอกสถานที่ ใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือในจุดให้บริการเพื่อความสะดวกแก่ผู้ที่มาใช้บริการ

· ใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างสะดวก สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินได้หรือผู้ป่วยที่มีการเดินที่ผิดปกจะเคลื่อนย้ายได้ค่อนข้างลำบาก ในการเคลื่อนย้ายจึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยให้เคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก และช่วยลดอาการบาดเจ็บของผู้ป่วยขณะเคลื่อนย้าย

· ช่วยให้ผู้ป่วยได้ออกไปสถานที่ต่าง ๆ เพื่อความผ่อนคลาย สำหรับผู้ป่วยติดเตียงหรือต้องรักษาตัวเป็นเวลานานอาจทำให้เบื่อกับบรรยากาศแบบเดิม ๆ การได้พาออกไปสูดอากาศด้านนอกจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น

ข้อควรระวังในการใช้วีลแชร์และการเข็นผู้ป่วย

· เลือกรถเข็นผู้ป่วยที่เหมาะกับสรีระของผู้ป่วย ควรมีขนาดที่พอดีกับผู้ป่วย นั่งสบาย ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป เพราะหากเล็กเกินไปจะทำให้อึดอัด หรือหากใหญ่เกินไปจะทำให้ลื่นหล่นได้ง่าย

· ให้ผู้ป่วยนั่งในท่าที่สบาย ไม่เกร็ง ก่อนเข็นทุกครั้งควรให้ผู้ป่วยนั่งในท่าที่สบายก่อน ไม่เทน้ำหนักตัวไปทางใดทางหนึ่งเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและช่วยให้เข็นง่ายขึ้น

· ถอยหลังลงในทางลาดชัน หากเป็นทางลาดชันควรค่อย ๆ ถอยหลังลง เพราะควบคุมได้ง่ายกว่าการเข็นโดยเอาหน้าลง อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้ป่วยด้วย เพราะการเข็นเอาทางหน้าลงมีโอกาสสูงที่รถเข็นจะไหลลื่นลงไปและหลุดมือจนเสียการควบคุมได้

· ลดความเร็วเมื่อเลี้ยวโค้ง เพื่อช่วยให้เข้าโค้งได้ง่ายขึ้นและนิ่มขึ้น ไม่ส่ายไปมา

· เมื่อต้องเข็นลงทางขรุขระควรแจ้งให้ผู้ป่วยทราบก่อน เพราะผู้ป่วยอาจตกใจกับแรงกระแทกได้ และให้ผู้ป่วยจับรถเข็นเอาไว้เพื่อช่วยทรงตัว

· เข็นด้วยความระมัดระวัง ไม่เข็นเร็วจนเกินไป ควรเข็นด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ เพราะหากรถเข็นไปชนกับวัตถุอื่นหรือมีแรงกระแทกแรง ๆ จะทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บและเกิดอันตรายได้ ควรเข็นในทางสำหรับรถเข็นเพื่อความปลอดภัย

· ล็อกล้อเมื่อจอดอยู่กับที่ เพื่อป้องกันไม่ให้รถเข็นไหล โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข็นเองได้ เพราะจะทำให้รถเข็นไหลและเกิดอันตรายได้

รถเข็นเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์หลายอย่าง นอกจากการใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยแล้วยังช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระด้วย ส่วนในการใช้งานควรหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อสุขอนามัยที่ดีในการใช้งาน   

รถเข็นผู้ป่วย
รถเข็นผู้ป่วย วีลแชร์เช็นผู้ป่วย
Categories
Health Care

ถังออกซิเจนราคา

ถังออกซิเจนราคา เท่าไหร่? แพงไหม? มีวิธีการใช้งานอย่างไร?

ถังออกซิเจน คืออุปกรณ์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หายใจไม่สะดวก เหนื่อยหอบ โรคปอดเรื้อรัง ภาวะหัวใจล้มเหลว ฯลฯ เพื่อช่วยทดแทนปริมาณออกซิเจนในร่างกายที่สูญเสียไป เพื่อให้หายใจได้ดีขึ้นหรือกลับมาหายใจได้เป็นปกติอีกครั้ง และยังช่วยในการทำงานของปอดและหัวใจด้วย เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นทางการแพทย์ และยังใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านได้ เพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องและการดูแลคนใกล้ตัวอย่างถูกวิธี เราไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดนี้กันว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไร และ ถังออกซิเจนราคา เท่าไหร่?

อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้ออกซิเจน ประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ละชนิดมีหน้าที่อย่างไร?

· ถังออกซิเจน เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากที่สุด เป็นถังทรงกระบอกสูง มีตั้งแต่ขนาด 0.5 – 6 คิว มีทั้งชนิดที่ผลิตจากเหล็กและอะลูมิเนียม ถังเหล็กจะมีสีเขียว เป็นชนิดที่นิยมใช้ในโรงพยาบาล ส่วนถังอะลูมิเนียมจะเป็นสีของโลหะ ข้อดีคือ ป้องกันการเกิดสนิม แต่ถังออกซิเจนราคาจะสูงกว่าแบบเหล็ก

· หัวเกจ์ เป็นเกจ์แสดงการทำงานที่ใช้ต่อเข้ากับตัวถัง เพื่อทำหน้าที่รับออกซิเจนจากตัวถังส่งต่อไปยังกระบอกให้ความชื้น แล้วส่งออกซิเจนออกไปทางสายให้ออกซิเจน

· กระบอกทำความชื้น เพราะไม่สามารถให้ออกซิเจนโดยตรงกับผู้ป่วยได้ การให้ออกซิเจนจะต้องให้ผ่านน้ำ จึงจำเป็นต้องใช้กระบอกทำความชื้นเพื่อใส่น้ำสะอาดไว้ด้านในในการให้ออกซิเจน

· น้ำสะอาด ควรเลือกใช้น้ำสะอาดที่ปราศจากสารปนเปื้อนต่าง ๆ เช่น Sterile Water หรือน้ำต้มสุก ไม่ควรใช้น้ำประปาเพราะจะทำให้เกิดตะกรันได้

· ประแจ ใช้เพื่อล็อกหัวเกจ์เข้ากับตัวถังให้แน่น เพื่อให้ออกซิเจนไม่รั่วไหลออกมาขณะเปิดใช้งาน

ถังออกซิเจนราคา เท่าไหร่? แพงไหม?

เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างสูง โดยราคาจะปรับขึ้นตามขนาดของตัวถัง และอาจมีปรับขึ้นปรับลงตามราคาตลาด ราคาของถังขนาดเล็ก 0.5 คิว หรือประมาณ 3.3 ลิตร จะอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท การใช้งาน หากให้ออกซิเจนปริมาณ 2 ลิตรต่อนาที ที่ 1,500 psi จะสามารถใช้ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที ถัดไปที่รุ่นใหญ่ ขนาด 6 คิว หรือประมาณ 40 ลิตร ถังออกซิเจนราคาประมาณ 5,000 บาท ให้ออกซิเจนปริมาณ 2 ลิตรต่อนาที ที่ 2,000 psi ได้ประมาณ 45 ชั่วโมงกว่า ๆ

ขั้นตอนการประกอบใช้งานอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

· นำเกจ์วัดแรงดันออกซิเจนต่อเข้ากับตัวถังแล้วหมุนให้แน่น 

· ใช้ประแจขันล็อกอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าออกซิเจนจะไม่รั่วไหลออกมาได้

· เติมน้ำสะอาดลงไปในกระบอกทำความชื้นโดยให้เติมตามขีดที่กำหนดด้านบน ไม่ควรเติมน้ำเกินขีดบน เพราะจะทำให้น้ำเข้าไปในสายออกซิเจนได้ และไม่ควรให้ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าขีดล่าง

· นำกระบอกทำความชื้นต่อเข้ากับหัวเกจ์ แล้วหมุนให้แน่น

· หมุนเปิดตัวถังให้สุด เพื่อให้ออกซิเจนไหลออก แล้วหมุนให้ออกซิเจนในปริมาณที่แพทย์กำหนด แต่ถ้าอยากรู้ว่าออกซิเจนด้านในตัวถังมีปริมาณเท่าไหร่ก็สามารถดูปริมาณออกซิเจนจากมาตรวัดได้เลยว่าเหลือปริมาณเท่าไหร่ 

· ต่อสายออกซิเจนเข้ากับกระบอกทำความชื้น ต่อเข้าไปให้แน่นเพื่อไม่ให้หลุดออกง่าย

· หมุนปรับระดับออกซิเจนในปริมาณที่กำหนด โดยหมุนขึ้นไปให้ลูกบอลด้านในตรงกับตัวเลขที่กำหนด เช่น 3 ลิตร ให้ลูกบอลอยู่ที่เลข 3 

· ตรวจสอบปลายสายออกซิเจนว่ามีออกซิเจนออกหรือไม่ หากออกจะมีลมออกมา หากไม่มีให้ตรวจสอบขั้นตอนการจ่ายออกซิเจนและสายว่ามีการรั่วหรือไม่

· หลังใช้งานแล้วให้หมุนปิดระดับออกซิเจนและปิดหัวถังให้สนิททุกครั้ง

ข้อควรระวังและเรื่องที่ควรรู้ในการใช้งาน

· ไม่เปิดออกซิเจนทิ้งไว้หากไม่ได้ใช้งาน เพราะจะทำให้ออกซิเจนระเหยออกหมด

· ตรวจสอบระดับออกซิเจนในถังก่อนใช้งานทุกครั้ง เพื่อคำนวณเวลาการใช้งานได้ง่ายขึ้น

· เติมน้ำให้อยู่ในปริมาณที่กำหนดก่อนใช้ และไม่ควรปล่อยให้น้ำแห้ง

· ไม่ปรับระดับออกซิเจนเกินขนาดที่กำหนด ควรให้ออกซิเจนในระดับที่แพทย์แนะนำเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

· ควรเปลี่ยนน้ำในกระบอกทำความชื้นทุกวัน เพื่อความสะอาดในการใช้งาน และควรทำความสะอาดกระบอกด้วย

· ระวังไม่ให้สายพับหรือหักขณะให้ออกซิเจน เพราะจะทำให้ออกซิเจนไหลออกไม่ได้

· ตั้งถังบนพื้นเรียบ เพื่อป้องกันถังล้ม เพราะถังสามารถระเบิดได้

ถังออกซิเจนราคาอยู่ที่ประมาณ 2.500 – 5,000 บาท โดยราคานี้จะเป็นราคาตัวถังเพียงอย่างเดียว หากต้องการแบบพร้อมชุดอุปกรณ์ราคาจะสูงขึ้น ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ในแต่ละชุด 

ถังออกซิเจนราคา
ถังออกซิเจน
Categories
Health Care

ไทลินอล

ไทลินอล ยาบรรเทาปวด ลดไข้ พาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม ทานอย่างไรให้ไม่อันตรายต่อร่างกาย?

ไทลินอล เป็นชื่อทางการค้า เป็นยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม มีสรรพคุณบรรเทาปวด ลดไข้ เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ควรมีติดบ้านไว้ โดยปัญหาที่พบได้บ่อยในการทานยาพาราเซตามอลคือ ทานไม่ถูกวิธีหรือทานเกินขนาด หลายคนอาจคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่ความจริงแล้วเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ซึ่งทาง FDA หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานยาพาราเซตามอลเอาไว้แล้ว เพื่อความปลอดภัยในการรับประทาน และเพื่อความมั่นใจในการทานยาของทุกคน เราจึงมีวิธีการทานยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัยมาบอกกัน

วิธีการทานยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม อย่างถูกวิธีและปลอดภัย

ใช้สำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ไทลินอล 500 เป็นยาที่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปสามารถทานได้ ทานครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4 – 6 ชั่วโมง แต่หากเด็กยังมีน้ำหนักไม่ถึง 34 กิโลกรัม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทาน

ทานไม่เกินวันละ 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือทานไม่เกินวันละ 8 เม็ด เพราะหากทานไทลินอล 500 เกินวันละ 8 เม็ด จะทำให้ทานยาเกินขนาดและทำให้เกิดอันตรายได้

ทานทุก 4 – 6 ชั่วโมง การทานแต่ละครั้งควรเว้นช่วงให้ห่างกันทุก ๆ 4 – 6 ชั่วโมง เช่น ทานยามื้อแรก จำนวน 2 เม็ด ตอนเวลา 8.00 น. เม็ดต่อไปควรทานเวลา 12.00 น. และมื้อต่อไปทานเวลา 16.00 น. ห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง แต่ปริมาณการทานยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมงนั้นจะต้องทานไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม เพราะหากทานครั้งละ 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมงติดต่อกัน และในหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง ก็จะทำให้เราทานยาไปจำนวนทั้งหมด 12 เม็ด หรือทานไปมากถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าทานเกินขนาดและเป็นอันตรายต่อร่างกาย

น้ำหนักน้อยกว่า 34 กิโลกรัม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทาน สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 34 กิโลกรัม ที่แม้จะเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 12 ปีแล้ว ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทานไทลินอล เพราะการทานยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยคือการคำนวณจากน้ำหนัก เพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีน้ำหนัก 34 – 50 กิโลกรัม ทานครั้งละ 1 เม็ด, น้ำหนัก 50 – 75 กิโลกรัม ทานครั้งละ 1.5  เม็ด, น้ำหนัก 75 กิโลกรัมขึ้นไป ทานครั้งละ 2 เม็ด

ข้อควรระวังในการใช้ยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม

1.ไม่ทานร่วมกับยาชนิดอื่นที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอลหรือยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) เพราะเป็นยาพาราเซตามอลเหมือนกัน เพียงแต่ใช้ชื่อไม่เหมือนกัน โดยชื่อเต็มของตัวยาคือ “para-acetylaminophenol” ที่ย่อมาจาก พาราเซตามอล หรือ อะเซตามีโนเฟน หากทานยาตัวอื่นที่มีส่วนผสมของตัวยา 2 ชนิดนี้รวมกัน จะทำให้ทานเกินขนาดได้

2.ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 5 วัน เพื่อป้องกันการทานยาเกินขนาดหรือการได้รับยานานจนเกินไป 

3.หากทานแล้วอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ หากทานแล้วใน 1 – 2 วัน พบว่าอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกวิธี

4.หากมีอาการแพ้ ผื่นคัน ควรหยุดทาน ทั้งนี้ยังรวมถึงอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บบริเวณตับ ท้องมีอาการบวม เบื่ออาหาร ฯลฯ

5.หากมีโรคประจำตัวหรือทานยาประจำอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา เพื่อให้แพทย์แนะนำการใช้งานอย่างถูกวิธีและได้รับยาในปริมาณที่เหมาะสม

6.ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง โรคตับ ไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้Tylenol

7.ควรอ่านฉลากยาก่อนใช้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาและป้องกันการหยิบทานผิด

ไทลินอล เป็นยาบรรเทาปวด ลดไข้ที่หลายคนมีติดบ้านหรือพกติดตัวกันไว้อยู่แล้ว แต่มีน้อยคนที่จะทราบว่าหลักการทานยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัมที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ทำให้ทานไม่ถูกวิธีและส่งผลข้างเคียงต่าง ๆ ต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ทานติดต่อกันเป็นเวลาและใช้รักษาโรคที่ไม่ตรงกับสรรพคุณยา เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดีของตัวยา ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมและทานอย่างถูกวิธีจะดีกว่า 

ไทลินอล
ไทลินอลยาบรรเทาปวด
Categories
Health Care

อ้วยอันโอสถ

อ้วยอันโอสถ 74 ปีคู่คนไทยสู่ทายาทรุ่นที่ 3 ยาสมุนไพรคุณภาพดีที่ปรับตัวให้เข้ากับคนสมัยใหม่

อ้วยอันโอสถ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2490 คุณเสถียร สมบูรณ์เวชชการ หมอจับชีพจรที่โด่งดังในเรื่องของยาลูกกลอนและการจ่ายยาสมุนไพร ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้ส่งต่อธุรกิจให้ทายาทรุ่นที่ 2 คุณสิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ เป็นผู้ดูแลต่อพร้อมตั้งก่อตั้งบริษัทอ้วยอันโอสถจำกัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันนี้ดูแลโดยทายาทรุ่นที่ 3 คุณนิชา คุณชนรรค์ และคุณทานุ สมบูรณ์เวชชการ ที่ไม่เพียงรักษาเอกลักษณ์เดิมเอาไว้ แต่ยังต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ เพื่อให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ และตอบโจทย์การใช้งานในทุกเพศทุกวัย

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมของอ้วยอันโอสถ มีสรรพคุณอย่างไร?

ฟ้าทะลายโจร เป็นยาลดไข้ชนิดแคปซูล ช่วยบรรเทาอาการไอ เจ็บคอ ร้อนใน ท้องเสีย ต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และช่วยลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสที่ผนังเซลล์เพื่อป้องกันไวรัสเข้าสู่เซลล์ ผลิตจากฟ้าทะลายโจร 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 2 – 3 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน

ใบมะขามแขก เป็นยาระบายชนิดแคปซูลที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ผลิตจากใบมะขามแขก 400 มิลลิกรัม มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์สู่ลำไส้ใหญ่โดยตรง และช่วยกระตุ้นกลุ่มประสาทเพื่อให้ลำไส้เกิดการบีบตัว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูกโดยเฉพาะ ผู้ที่มีท้องเสียหรือปวดท้องไม่ควรใช้ รับประทานวันละ 1 ครั้งก่อนนอน หรือเมื่อมีอาการท้องผูก ทานครั้งละ 2 แคปซูล

ขมิ้นชัน เป็นยาบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และสมานแผลในกระเพาะอาหารชนิดแคปซูล ผลิตจากผงขมิ้นชัน 500 มิลลิกรัม โดยจะช่วยกระตุ้นการหลั่งของเมือกและยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยเพื่อช่วยต้านการอักเสบในลำไส้ ช่วยสมานแผล ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยต้านการอักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดีและช่วยขับลมด้วย ทานครั้งละ 2 – 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร

มะขามป้อม เป็นยาน้ำแก้ไอที่ช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ช่วยให้รู้สึกชุ่มคอ มีส่วนประกอบของมะขามป้อม 120 กรัม, ลูกสมอไทย 65 กรัม, สมอภิเภก 65 กรัม, ผลมะแว้งเครือ 10 กรัม เป็นสมุนไพรอ้วยอันโอสถที่ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็กทานครั้งละ1/2 – 1 ช้อนชา ส่วนผู้ใหญ่ทานครั้งละ 1 – 2 ช้อนชา ทานวันละ 3 – 4 ครั้งหลังอาหาร

เห็ดหลินจือ เป็นยาบำรุงร่างกายชนิดแคปซูลที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดโรคภูมิแพ้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว T-Cell ที่ทำหน้าที่ผลิตแอนติบอดี และ B-cell ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมและช่วยยับยั้งการผลิตสาร Histamine ในร่างกายที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการแพ้ นอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันในเลือดและลดความดันโลหิตด้วย มีส่วนประกอบของเห็ดหลินจือ 400 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ครั้งละ 1 – 2 แคปซูล

ยาน้ำแก้ร้อนในเขากุย เป็นยาแก้ร้อนในและแก้แผลร้อนใน เป็นยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณช่วยลดไข้ ประกอบด้วยเต็งซิม 10 กรัม, กั๊วลิง 10 กรัม, เลี้ยงเคี้ยว 10 กรัม, กิกแก้ 10 กรัม, เหล่งเอี้ยงกัก 15 และอื่น ๆ รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร

VO2 (วีโอทู) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลที่ผลิตมาเพื่อเอาในคนชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะ มีสารฟลาโวนอยด์ช่วยลดอาการตึงกล้ามเนื้อ ช่วยลดการอักเสบข้อเข่าและอาการปวดข้อ ช่วยคลายความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อและช่วยลดการเกิดตะคริว ช่วยป้องกันอาการเข่าเสื่อม ช่วยบำรุงกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 แคปซูลก่อนอาหาร หรือทานก่อนและหลังออกกำลังกาย

จุดเด่นของอ้วยอันโอสถที่ทำให้ได้รับความนิยมมานาน

1.ผลิตจากสมุนไพรที่มีคุณภาพ คัดสรรสมุนไพรและวัตถุดิบคุณภาพดีจากธรรมชาติ

2.มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และมาตรฐานการผลิตยาที่ดี PIC/S (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme) และใส่ใจการผลิตในทุก ๆ ขั้นตอน

3.วัดปริมาณสารสำคัญตามข้อกำหนดของ Thai Herbal Pharmacopoeia ทำให้มั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย

ด้วยคุณภาพของอ้วยอันโอสถและการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้รับความนิยมอยู่เสมอและถูกบอกต่อมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่จนถึงปัจจุบัน   

อ้วยอันโอสถ
อ้วยอันโอสถยาสมุนไพรไทย
Categories
Health Care

n95

หน้ากากอนามัย n95 ดีไหม? เหมือนหรือต่างจากหน้ากาก KN95 อย่างไร?

ในช่วงที่มีโรคระบาดแบบนี้ หน้ากากอนามัยได้กลายเป็นของสำคัญที่เราต้องพกติดตัวกันอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส การเลือกซื้อหน้ากากอนามัยจึงไม่ใช่แค่หน้ากากแบบไหนหก็ได้ แต่ควรเป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรค เชื้อไวรัส เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน โดยหนึ่งในหน้ากากอนามัยที่ช่วยป้องกันเชื้อโควิด 19 ได้ดีก็คือ หน้ากากอนามัย n95 แล้วหน้ากาก kn95 mask ที่วางขายและมีชื่อคล้าย ๆ กันล่ะ! เหมือนกันหรือไม่? และสามารถป้องกันได้ไหม? วันนี้เราจะมาบอกกันว่าหน้ากากอนามัยทั้ง 2 ชนิดนี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่ควรเลือกใช้

คุณสมบัติของหน้ากากอนามัย N95 ดีอย่างไร ช่วยป้องกันอะไรได้บ้าง

ได้รับการรองรับมาตรฐาน NIOSH จากสหรัฐอเมริกา มาตรฐาน NIOSH (National Institute for Occupational Safety and Health) คือ มาตรฐานสถาบันความปลอดภัยและอนามัยในการทำงานแห่งชาติ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทดสอบอนุภาคของหน้ากากแต่ละประเภท โดย “N” หมายถึง การทดสอบมาตรฐาน N คือมาตรฐานสำหรับฝุ่นที่ไม่มีไอน้ำมัน ส่วน “95” คือ ประสิทธิภาพในกรองอนุภาค หน้ากากn95 จึงหมายถึงหน้ากากอนามัยที่กรองเชื้อโรคและอนุภาคขนาดเล็กได้ 95% นั่นเอง

ป้องกันเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย เกสรดอกไม้ และฝุ่น PM 2.5 ได้ สามารถดักจับอนุภาคเล็กขนาด 0.3 ไมครอนได้ และมีประสิทธิภาพในการป้องกัน PM 2.5 และ PM 10 ด้วย

รูปทรงมิดชิด ไวรัสไม่สามารถลอดผ่านได้ มีให้เลือกทั้งหมด 4 ทรงด้วยกัน ได้แก่ ทรง Cup Shape เป็นทรงที่มีความกระชับสูง ค่อนข้างหนา มีความแข็งแรงสูง ป้องกันเชื้อโรคและไวรัสได้ดี แต่หายใจได้ค่อนข้างลำบาก, 2-Panel Flat-Fold เป็นทรงที่ได้รับความนิยม เพราะออกแบบมาให้เข้ากับรูปหน้า ประกบเข้าหากันได้ง่าย ทำให้พกพาสะดวก, V-Flex เป็นทรงที่ค่อนข้างคล้ายกับทรง Cup Shape แต่ออกแบบมาให้ใส่สบายกว่า พับเก็บง่าย, 3-Panel Flat-Fold เป็นทรงที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ เพราะสวมใส่ง่าย กระชับเข้ากับใบหน้าได้ดี ไม่แนบหน้า ดีไซน์สวยงาม โดยทุกทรงจะออกแบบมาให้ขอบทุกด้านแนบชิดกับใบหน้า ทำให้เชื้อโรคต่าง ๆ ไม่สามารถลอดผ่านเข้ามาได้

ความแตกต่างของหน้ากากอนามัย N95 และ KN95

ด้วยชื่อที่คล้ายกันจึงทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นหน้ากากอนามัยชนิดเดียวกัน แต่ความจริงแล้วไม่เหมือนกัน เพราะมีมาตรฐานการผลิตที่ไม่เหมือนกัน โดยn95 เป็นหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน NIOSH จากสหรัฐอเมริกา (United states Standard) ส่วน kn95 mask เป็นหน้ากากอนามัยที่ผ่านมาตรฐานการผลิตจากประเทศจีน GB2626-2006 (Chinese Standard) แต่มีประสิทธิภาพการป้องกันอยู่ที่ 95% เท่ากัน ต่างกันที่แหล่งผลิตและมาตรฐานในการรับรอง

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยN95

ไม่สามารถใช้ป้องกันเชื้อไวรัสได้ 100% เพราะประสิทธิภาพการป้องกันอยู่ที่ 95 จึงสามารถป้องกันได้เพียง 95% เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันได้ 100% จึงควรสวมหน้ากากอนามัยร่วมกับการดูแลตัวเองเสมอ โดยการสวมเฟสชิวทับอีกครั้ง หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปหรือสบู่ และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร จะช่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสขึ้นได้มากขึ้น

ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้ทุกชนิด แม้จะมีประสิทธิภาพการป้องกันหลายอย่างแต่ก็ไม่สามารถใช้ป้องกันเชื้อไวรัสได้ทุกชนิด จึงควรป้องกันตัวเองอยู่เสมอ

หากใส่ผิดวิธีก็มีโอกาสติดเชื้อได้ เป็นหน้ากากอนามัยชนิดคล้องศีรษะ ควรใส่ให้กระชับพอดีกับใบหน้าและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหน้ากาก ก่อนถอดหน้ากากควรล้างมือให้สะอาด และถอดโดยการใช้มือสอดเข้าไปด้านในและยกสายหน้ากากออกจากทางด้านหลัง โดยไม่ให้หน้ากากสัมผัสกับใบหน้า 

การฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้ากากอนามัยไม่ได้ช่วยในการฆ่าเชื้อโรค หลายคนคิดว่าแอลกอฮอล์จะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่หน้ากากได้ แต่ความจริงแล้วละอองสเปรย์นั้นจะทำให้หน้ากากเกิดความชื้นและทำลายสารกันซึมที่ด้านหน้าหน้ากาก ทำให้สารกันซึมเสื่อมสภาพและมีประสิทธิภาพการป้องกันลดลง

หน้ากากn95 แบบมีวาล์วจะช่วยให้หายใจได้สะดวกกว่า สำหรับใครกลัวว่าใส่แล้วจะหายใจไม่สะดวกก็สามารถเลือกชนิดที่วาล์วได้ วาล์วระบายอากาศจะช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น ช่วยป้องกันได้เช่นเดียวกัน

หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อเลิกใช้งานแล้วควรทิ้งแยกจากขยะประเภทอื่นควรทิ้งในถุงขยะติดเชื้อเพื่อง่ายต่อการทำลาย ไม่ควรนำใส่ในขวดน้ำพลาสติกเพราะพลาสติกเป็นวัสดุที่ทำลายยาก เพื่อลดแพร่กระจายของเชื้อโรคและเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น   

n95
หน้ากากอนามัย n95
Categories
Health Care

เครื่องผลิตออกซิเจน yuwell

รวมสารพัดเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ เครื่องผลิตออกซิเจน yuwell มีกี่แบบ ควรเลือกแบบไหนดี?

Yuwell เป็นแบรนด์อุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมือแพทย์จากประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 1998 หรือประมาณ 23 ปีมาแล้ว ภายใต้การจดทะเบียนของบริษัท Yuwell-Jiangsu Yuyue medical equipment & supply Co. , Ltd. ซึ่งก็ไม่ได้ผลิตเครื่องมือแพทย์หรืออุปกรณ์การแพทย์เพื่อใช้ในโรงพยาบาลหรือคลินิกเพียงอย่างเดียว แต่ยังออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำด้วย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในกลุ่มของผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะพักฟื้น หรือผู้ที่ต้องการดูแลตัวเองที่บ้าน อย่าง เครื่องผลิตออกซิเจน yuwell ก็มีให้เลือกหลายขนาด ส่วนจะมีแบบไหนบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร เรามีมาบอกกัน

ความต่างของเครื่องผลิตออกซิเจนแต่ละขนาด เหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

1.แบบพกพา มีขนาดตั้งแต่ 1 – 3 ลิตร เป็นเครื่องผลิตออกซิเจน yuwell ขนาดเล็กสำหรับใช้ในการพกพา มีขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่จนเกินไป ปริมาณออกซิเจนขึ้นอยู่กับจำนวนลิตร เช่น ขนาด 3 ลิตร ประมาณออกซิเจน 3 ลิตร/นาที เหมาะสำหรับผู้ต้องใช้งานชั่วคราวหรือเดินทางบ่อย พกพาสะดวก ไม่กินพื้นที่ 

2.ขนาด 5 ลิตร เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการหอบ/เหนื่อย หรือต้องการปริมาณออกซิเจนไม่เกิน 6 ลิตร/นาที มีอัตราการไหลออกซิเจน 1 – 5 ลิตร/นาที

3.ขนาด 8 ลิตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกซิเจนปริมาณสูง เช่น ผู้ป่วยที่เจาะคอ ฯลฯ มีปริมาณออกซิเจน 0.5 – 8 ลิตร/นาที ส่วนความเข้มข้นของออกซิเจนอยู่ที่ 95.5 – 87% 

4.ขนาด 10 ลิตร เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เจาะคอ หอบหืด ฯลฯ หรือผู้ที่ต้องการออกซิเจนปริมาณสูง มีอัตราการไหลของออกซิเจน 0.5 – 10 ลิตร/นาที เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานบ่อยหรือใช้งานเป็นประจำ

จุดเด่นของ เครื่องผลิตออกซิเจน yuwell ดีอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง?

มีให้เลือกหลายขนาด มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1 – 10 ลิตร สามารถเลือกใช้งานในขนาดที่ต้องการได้ โดยแนะนำว่าให้เลือกรุ่นที่มี Flow Rate เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ใช้ Flow Rate ไม่เกิน 5 เหมาะสำหรับเครื่องที่มีขนาด 5 ลิตร เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะยิ่งเครื่องผลิตออกซิเจน ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะยิ่งมีราคาเพิ่มขึ้นด้วย

วัสดุคุณภาพดี ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอย่างดี ทำให้มีความแข็งแรงและทนทาน

เสียงการทำงานไม่ดังมาก ระดับเสียงการทำงานจะดังไม่เกิน 60 dBA เป็นความดังที่อยู่ในระดับเดียวกับเสียงพิมพ์ดีด ทำให้ไม่รบกวนการใช้งาน

มีระบบความปลอดภัย มีระบบ Exceed press safety valve ที่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีสัญญาณเตือนเมื่อพบว่าระบบไฟฟ้ามีการขัดข้อง มีระบบป้องกันความร้อนที่คอมเพรสเซอร์ ช่วยป้องกันการเกิดความร้อนสูง

ต่อชุดพ่นละอองยาได้ บางรุ่นสามารถต่อเข้ากับชุดพ่นละอองยาเพื่อใช้พ่นยาได้

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนและเรื่องควรรู้

1.ไม่ควรเปิดใช้งานใกล้ความร้อนหรือประกายไฟ เช่น เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ ฯลฯ นอกจากนี้ยังรวมถึงการจุดเทียน ธูป และการสูบบุหรี่ด้วย

2.ควรตั้งไว้ในที่ที่ระบายอากาศได้สะดวก ควรตั้งไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกและห่างจากผนังอย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อการระบายอากาศที่ดี ควรตั้งบนพื้นที่เรียบเสมอกัน หลีกเลี่ยงการตั้งบนผ้าหรือพื้นพรมที่ไวต่อการติดไฟ

3.ควรเปลี่ยนไส้กรองทุก 6 เดือน เครื่องผลิตออกซิเจน จะทำงานโดยใช้ไส้กรอง ควรนำไส้กรองออกมาทำความสะอาดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และรอให้แห้งก่อนเก็บเข้าที่ ควรเปลี่ยนไส้กรองทุก ๆ 6 เดือน

4.ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน หลังเลิกใช้งานควรถอดปลั๊กออกทุกครั้งเพื่อป้องกันเด็กเล่นและเพื่อความปลอดภัย

5.เปิดเครื่องก่อนใช้งานอย่างน้อย 5 นาที เพื่อให้เครื่องเซตเครื่องให้พร้อมสำหรับการทำงาน โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 – 5 นาที

6.หากเครื่องมีปัญหาควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ หากพบว่าเครื่องมีปัญหาไม่ควรแก้ไขเอง ควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

7.ตั้ง Flow Rate ตามที่แพทย์แนะนำ ไม่ควรปรับขึ้นเอง การใช้เครื่องผลิตออกซิเจนเป็นการใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยแพทย์จะกำหนดค่า Flow Rate ที่เหมาะสมกับการรักษามาให้ ควรตั้งให้พอดี ไม่ควรปรับขึ้นลงเอง เพราะอาจเป็นอันตรายได้

เครื่องผลิตออกซิเจน เป็นอุปกรณ์การแพทย์สำหรับช่วยในการหายใจที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จึงควรเลือกให้ดีเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และควรเลือกซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนจากตัวแทนจำหน่ายหรือร้านค้าที่น่าเชื่อถือ 

เครื่องผลิตออกซิเจนจาก yuwell
เครื่องผลิตออกซิเจนจาก yuwell ราคาพิเศษ
Categories
Health Care

เครื่องช่วยหายใจราคา

เครื่องช่วยหายใจราคา เท่าไหร่? แพงไหม? ต่างกันอย่างไร? จำเป็นมากแค่ไหน?

เครื่องช่วยหายใจ หรือ Ventilator เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ที่ไม่สามารถหายใจเองได้หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจสามารถหายใจได้ดีขึ้น เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในทุกโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่สามารถใช้ดูแลคนป่วยที่บ้านได้ด้วย วันนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชิ้นนี้กันให้มากขึ้นว่าคืออะไร มีแบบไหนบ้าง มีประโยชน์อย่างไร และ เครื่องช่วยหายใจราคา เท่าไหร่?

ประเภทของเครื่อง Ventilator ต่างกันอย่างไร?

· Non-invasive Ventilation (NIV) เป็นแบบหน้ากากครอบจมูกและปาก ใช้กับผู้ป่วยที่หายใจบกพร่องหรือต้องการเครื่องช่วยหาย โดยที่ผู้ป่วยยังสามารถหายใจเองได้ เพื่อช่วยให้หายใจได้ดีขึ้น 

· Invasive Ventilation ทำงานผ่านทางท่อเจาะคอ ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักเพื่อช่วยในการหายใจ หรือผู้ป่วยที่ต้องช่วยในการช่วยหายใจวันละ 20 ชั่วโมงขึ้นไป

เครื่อง Ventilator แต่ละชนิดทำงานอย่างไร เหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

· ชนิดแรงดันบวกต่อเนื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ทำงานโดยใช้แรงอากาศ เป็นเครื่องช่วยหายใจที่ใช้งานง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับชนิดอื่น มีขั้นตอนการทำงานที่ไม่ซับซ้อน ออกแบบมาให้เคลื่อนย้ายได้สะดวกเพื่อเหมาะสำหรับการใช้งานที่บ้าน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับรุนแรง มีปริมาตรอากาศใกล้เคียงกับการหายใจของคนปกติ จึงช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้ดีขึ้นและได้รับออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอ ส่วนราคาอยู่ที่ประมาณ 25,000 – 38,000 บาท

· เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดันสองระดับ BiPAP (Bi-level Positive Airway Pressure) ทำงานโดยใช้แรงดันอากาศด้วยการอัดลมเข้าขณะหายใจเข้าโดยใช้ความดันสูง และผ่อนแรงดันเมื่อหายใจออก เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับขั้นรุนแรง นอนกรนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น – รุนแรง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มีภาวะน้ำท่วมปอดจากหัวใจทำงานล้มเหลว ภาวะพร่องก๊าซออกซิเจนในเลือด และภาวะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในเลือด เพื่อช่วยในการขยายตัวของปอด BiPAP เครื่องช่วยหายใจราคา 95,000 – 125,000 บาท

· ชนิดควบคุมด้วยปริมาตร (Volume Controlled Ventilator) เครื่องชนิดนี้จะมีการทำงานที่ต่างจาก 2 ชนิดแรก ทำงานแบบ Volume controlled ด้วยการควบคุมปริมาตรและความดันในปอดเพื่อให้ได้ค่าที่กำหนด ใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถหายใจเองได้ ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจขั้นรุนแรงหรือหยุดหายใจชั่วขณะ ผู้ป่วยที่เจาะคอ เป็นเครื่องขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ราคาประมาณเครื่องละ 450,000 บาท

ประโยชน์ของเครื่อง Ventilator มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานอย่างไร?

แม้ว่าจะสามารถซื้อมาใช้งานเองได้แต่ก็เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ควรใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากใช้งานเกินความจำเป็นหรือใช้ไม่ถูกวิธีอาจทำให้เป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะเครื่องชนิด Invasive Ventilation ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่เจาะคอ ที่หากเกิดความสกปรกจะทำให้ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ซึ่งวัตถุประสงค์จริง ๆ ของการใช้งานคือ ใช้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ผู้ป่วยที่ได้รับยาสลบจากการผ่าตัด ผู้ป่วยที่ขาดออกซิเจน และใช้ในการรักษาอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้ดีขึ้นและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาหายใจได้อย่างเป็นปกติ

การเลือกซื้อเครื่อง Ventilator สำหรับใช้งานที่บ้าน

· เลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐานการผลิตเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานด้วย เพราะหากเลือกยี่ห้อที่ไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลต่อการใช้งานได้ เช่น ไม่มีประสิทธิภาพ

· เลือกชนิดที่เหมาะสมกับการใช้งาน เครื่องแต่ละชนิดมีประโยชน์การใช้งานที่ต่างกัน ควรเลือกชนิดที่ตรงกับการใช้งาน เพื่อใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเพื่อการรักษาที่ตรงจุด 

· เลือกจากฟังก์ชันการใช้งาน เช่น Spontaneous (S), Pressure Control (PC), AVAPS-AE, SIMV ฯลฯ เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

· ราคาอยู่ในงบประมาณ เครื่องช่วยหายใจราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว หากยิ่งมีฟังก์ชันเยอะก็จะยิ่งมีราคาที่สูงขึ้น จึงควรกำหนดงบประมาณเอาไว้ก่อน เพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

สำหรับใครที่สนใจ อย่าลืมเลือกซื้อให้ถูกประเภท และควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกซื้อว่าประเภทไหนที่เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งเครื่องช่วยหายใจแบบพกพาก็อยู่ที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน และควรเตรียมอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ที่ใช้งานร่วมกันให้พร้อม เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องพ่นยา ฯลฯ 

เครื่องช่วยหายใจราคา
เครื่องช่วยหายใจราคา
Categories
Health Care

โซดามิ้นท์

โซดามิ้นท์ ตัวช่วยยามฉุกเฉิน เมื่อมีอาการท้องอืด หรือกรดเกิน

ในยามที่สังคมและสภาวการณ์โลกยุคปัจจุบันนี้ วิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์เริ่มค่อย ๆ หายไปจากวิถีชีวิตไปเรื่อย ๆ ความเร่งรีบที่เกิดจากการทำงาน การเรียน การทำกิจกรรมต่าง ๆ ล้วนแล้วต้องแข่งกับเวลาทั้งสิ้น ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเร่งด่วนจนกลายเป็นความเคยชิน แทบทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกว่ามันก็คงเป็นเรื่องปกติ แต่ความปกติใหม่นี้มันทำให้ร่างกายไม่ปกตินี่สิปัญหา…โดยเฉพาะระบบย่อยอาหารของร่างกาย..ความเร่งรีบที่ทำให้พฤติกรรมการทานอาหารเปลี่ยนจากเดิม ผู้คนทานอาหารเร็วขึ้น เพราะคิดแค่ว่าก็แค่รีบ ๆ ทานให้อิ่ม ๆ จะได้ไปทำอย่างอื่นต่อไวไว พฤติกรรมแบบนี้แหละที่ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และอาจเรื้อรังไปเลยก็ได้ การทานอาหารที่เร่งด่วนทำให้การบดเคี้ยวอาหารน้อยลง อาหารที่ทานลงไปก็จะย่อยได้ยากขึ้น ผลก็คืออาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีกรดในกระเพาะมากเกิน เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น การทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็เกิดอุปสรรคขึ้นแน่นอน แนวทางช่วยเหลือเร่งด่วนฉุกเฉินจึงตกไปอยู่ที่ โซดามิ้นท์ ที่สามารถบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ทันทีในเวลาไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้นเอง

รู้จักกันไหมว่า…โซดามิ้นท์คืออะไร? มีสรรพคุณอย่างไร? 

โซดามิ้นท์ หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ จริง ๆ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการว่า โซเดียมไบคาร์บอเนต ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็ยังคงไม่คุ้นชื่ออีกเช่นกัน แต่ถ้าบอกว่า เบกกิ้งโซดา หลายคนก็คงจะอ๋อออ..ยาว ๆ ไปเลย ประโยชน์ของโซดามิ้นท์นั้นมากมายหลายหลากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้เพื่อการลดกรดในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อหรืออาการอาหารไม่ย่อย อาการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เกิดมาจากพฤติกรรมการทานอาหารที่เร่งรีบเกินไปทั้งสิ้น การออกฤทธิ์จะเป็นด่าง เพื่อใช้ลดความเป็นกรดภายในกระเพาะให้กลายเป็นกลาง สามารถบรรเทาอาการของกรดในกระเพาะอาหารได้ นี่จึงเป็นเหตุผลหลักเลยที่ทำให้อาหารท้องอืดท้องเฟ้อหายได้ โดยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิตออกมานั้นจะมีเพียง 2 ประเภทเท่านั้นคือแบบเม็ด และแบบผง แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็มีผลในการออกฤทธิ์เหมือนกัน ในบางกรณีอาจมีการใช้เพื่อบรรเทาอาการของผู้ป่วยบางโรคได้ เช่น โรคไต หรือโรคที่เกี่ยวกับกรดตกค้างจากกระบวนการเผาผลาญที่ไม่สมบูรณ์ แต่โดยรวมแล้วมันคือการเปลี่ยนฤทธิ์ของกรดให้เป็นกลางนั่นเอง

มีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง สำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และเลือกทานโซดามิ้นท์

แม้ว่าโซดามิ้นท์หรือโซเดียมไบคาร์บอเนตจะมีสรรพคุณในการช่วยลดกรดในร่างกายได้ แต่ก็มีข้อที่ควรระวังอยู่บ้างเช่นกัน ประเด็นแรกเลยก็คือมีประวัติการแพ้สารประเภทนี้หรือไม่ หากมีประวัติเคยแพ้ก็ควรเลี่ยง หากไม่เคยทราบมาก่อนว่าแพ้สารพวกนี้หรือไม่ ให้สังเกตอาการที่แสดงให้พบเห็นได้หลังการทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก็คืออาการอาเจียน หรืออาการแพ้ที่แสดงอาการแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น ผื่น คัน หายใจไม่ออก เป็นต้น ประเด็นที่สองก็คือ ฤทธิ์อาจไปเสริมหรือต่อต้านยาชนิดอื่น ๆ ที่คุณกำลังทานร่วมอยู่ด้วย คุณสมบัติสำคัญของโซดามิ้นท์คือปรับกรดเป็นกลาง ดังนั้นหากยาอื่นที่ทานอยู่มีฤทธิ์เป็นด่างอยู่แล้ว การทานด่างเพิ่มเข้าไปอาจทำให้ร่างกายขาดสมดุลได้ หรือมียาบางชนิดที่ไม่ชอบความเป็นด่าง หากสภาพภายในร่างกายเป็นด่างมากเกินไป ฤทธิ์ของยาประเภทนั้นจะลดลง เช่น ยารักษาโรคเบาหวาน ยาต้านเชื้อเอชไอวี ยาบำรุงเลือด เป็นต้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิดนี้

การทานโซดามิ้นท์ควรทานตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะแม้จะมีสรรพคุณสูง แต่หากรับประทานไม่ถูกวิธีก็ให้โทษได้มากมายเช่นกัน การทานตามคำแนะนำก็มีตั้งแต่ การทานให้ตรงตามเป้าหมายในการรักษา ว่าต้องการเพียงเพื่อการลดกรด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือต้องการรักษาอาการป่วยบางอย่าง กรณีหลังนี้ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เป็นหลัก ปริมาณที่ใช้ซึ่งจะกำหนดตามวัยของผู้ที่จะรับประทาน ความถี่ในการรับประทาน ซึ่งทุกคำแนะนำจะมีกำกับในสลากการค้าอยู่แล้ว หากไม่ใช่การทานตามแพทย์สั่งก็ควรทานให้ถูกตามคำแนะนำในสลากสินค้านั่นแหละ เมื่อรู้ทั้งสรรพคุณและข้อควรระวังแล้วก็หายห่วง ลองหามาติดตู้ยาเอาไว้เลยเผื่อวันใดฉุกเฉินจะได้หยิบใช้ได้ทันท่วงที 

โซดามิ้นท์
โซดามิ้นท์ แก้ท้องอืด
Categories
Health Care

fluimucil a 600

มลพิษในอากาศเพิ่ม ติดเชื้อง่ายขึ้น fluimucil a 600 ติดบ้านไว้ สบายใจกว่า

ใครเคยสังเกตบ้างหรือไม่ ว่าสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน โดยเฉพาะสภาพอากาศมันปนเปื้อนไปด้วยสารพิษมากขึ้นจากสมัยก่อนเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควันจากโรงงาน ควันรถ ควันบุหรี่ เชื้อโรคอีกสารพัดที่เป็นละอองลอยในอากาศ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ระบบที่กระทบก่อนเป็นอันดับแรกก็คือระบบทางเดินหายใจ หลายคนคิดว่าเป็นอาการของภูมิแพ้ที่อาจเป็นมาแต่เกิด รู้ไหมว่าอาการภูมิแพ้เหล่านี้หากไม่มีสารก่อภูมิแพ้ก็จะไม่แสดงอาการ แต่เหมือนที่บอกคือเมื่อมลพิษในอากาศมันมากขึ้น โอกาสที่ร่างกายจะสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ก็สูงขึ้นเป็นธรรมดา อาการที่แสดงออกมาให้สังเกตได้ชัดเจนเลยคือไอ ระคายคอ และมีเสมหะที่เพิ่มขึ้น กลืนน้ำลายยาก เสมหะมีลักษณะข้นเหนียว หากพบอาการเหล่านี้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าร่างกายคุณเริ่มไม่ปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอสังเกตอาการใด ๆ ต่อทั้งสิ้น สิ่งที่ควรทำทันทีก็คือรักษาตามอาการเบื้องต้นก่อน ยาละลายเสมหะ fluimucil a 600 ที่ควรมีติดบ้านไว้เป็นยาสามัญประจำบ้านสำคัญอีกชนิดหนึ่ง ทานเพื่อบรรเทาอาการทันทีอย่ารีรอ

แนวทางการป้องกันและการรักษาเบื้องต้น เมื่อเกิดอาการไอหรือมีเสมหะเพิ่มขึ้น

อาการไอ และมีเสมหะที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน บางทีก็ไม่ได้มาจากสาเหตุเรื่องมลภาวะทางอากาศเท่านั้น สาเหตุหรือปัจจัยภายในบางอย่างก็มีผล เช่น ความเครียด การติดเชื้อในร่างกาย อาการอักเสบ ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการไอและมีเสมหะได้ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นกลไกหนึ่งของร่างกายในการจัดการสารพิษหรือเชื้อโรคออกจากร่างกาย ปล่อยให้หายเองได้ไหม? ได้อยู่…แต่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเกิดอาการเรื้อรัง เพราะเชื้อแบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และสร้างไบโอฟิล์มขึ้นมาป้องกันภูมิคุ้มกันร่างกาย หากปล่อยไว้นานเสมหะก็จะหนาขึ้น ข้นขึ้น อาจเกิดการติดเชื้อที่ปอดได้ซึ่งอันตรายมาก ยิ่งปัจจุบันภาวะโรคระบาดโควิด-19 ที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและปอดโดยตรงก็ยิ่งเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบที่อาจรุนแรง ควรบรรเทาและรักษาอาการเบื้องต้นก่อนทันที ซึ่งยาตัวนี้ช่วยในการละลายเสมหะ และบรรเทาอาการไอได้ทันที อย่ารอให้อาการหนักก่อนแล้วค่อยทำการรักษา นอกจากช่วยลดอาการไอและลดเสมหะแล้วยังช่วยป้องกันอาการติดเชื้อที่จะทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกหลายโรคเลย

มีสรรพคุณมากกว่าแค่แก้ไอ หรือลดเสมหะ

ห้ามประมาทเด็ดขาดเมื่อเกิดอาการไอ และมีเสมหะ เพราะมันอาจเป็นสาเหตุในการเกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกหลายโรค เช่น โรคปอดบวม โรคหลอดลมอักเสบ ริดสีดวงจมูก หรือไซนัส เป็นต้น ใน fluimucil มีตัวยาสำคัญคือ NAC (N- Acetylcysteine) ซึ่งมีสรรพคุณในการละลายเสมหะจากการสลายไบโอฟิล์มที่สร้างขึ้นจากแบคทีเรีย ช่วยลดปริมาณเสมหะ หายใจได้สะดวกขึ้น ขนกวัดในจมูกทำงานได้ดีขึ้น อาการของคุณก็จะบรรเทาลงได้เร็ว ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ และที่น่าสนใจคือ NAC ใน fluimucil ยังมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ(free radicle) ซึ่งอนุมูลอิสระเนี่ยเกิดขึ้นจากกระบวนการของร่างกาย เช่น จากระบบการเผาผลาญและเกิดของเสียออกมา หรืออาจจะรับอนุมูลอิสระนี้มาจากมลพิษทางอากาศภายนอกก็ได้ ระบบร่างกายที่ปกติจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant)อยู่แล้ว แต่หากร่างกายสร้างหรือรับเอาอนุมูลอิสระนี้ในปริมาณที่มากเกิดกว่าจะต่อต้านได้ ความสมดุลนี้ก็จะเสียไป NAC นี้จะไปช่วยทำให้อนุมูลอิสระถูกสลายกลายเป็นน้ำ และยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายนั้นสร้างสารต่อต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย นอกจากนี้ NAC ยังช่วยในการขยายหลอดเลือดได้ด้วย ซึ่งผลที่ตามมาก็คือช่วยป้องกันอาการไตวาย และขับสารพิษที่เกิดจากการทานยาบางประเภทได้

จากข้อมูลดังกล่าวก็น่าจะพอตัดสินใจได้ว่าคุณเองก็ควรหาเม็ดฟู่ละลายเสมหะตัวนี้ ติดบ้านไว้เป็นยาในตู้ยาสามัญไปเลย เพราะคุณเองก็ไม่ทราบหรอกว่าคุณจะเกิดอาการไอและมีเสมหะเมื่อไหร่ หากมีอาการขึ้นมาก็สามารถทานเพื่อบรรเทาอาการได้ทันที นอกจากนี้แล้วในตัวยายังมีการเสริมวิตามินและอาหารเสริมเพื่อช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสามารถทำงานเป็นปกติได้เร็วขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีก ที่สำคัญคือราคาก็ไม่ได้แพงเสียด้วย ความปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้หากคุณรู้จักการปฐมพยาบาล หรืออย่างน้อยก็ลดอาการจากหนักเป็นเบาได้ก็ยังดี ในปัจจุบันการหาซื้อก็ไม่ยาก สามารถซื้อได้จากทั้งร้านขายยา และ ยังสามารถสั่งซื้อได้จากช่องทางออนไลน์ที่น่าเชื่อถือได้อีกด้วย

fluimucil a 600
เม็ดฟู่ละลายเสมหะ fluimucil a 600