Categories
Uncategorized

ชามาลี

ชามาลีเครื่องดื่มผสมสมุนไพรไทย 10 ชนิด ตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ทางเลือกเพื่อสุขภาพ

ชามาลี ชา Mali คือเครื่องดื่มสมุนไพรไทยออร์แกนิคแบรนด์ดังที่กำลังมาแรงในขณะนี้ มีส่วนผสมจากสมุนไพรไทยมากถึง 10 ชนิด มีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ช่วยปรับสมดุลร่างกายควบคุมความหิวมีส่วนทำให้น้ำหนักลดลง ช่วยลดน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวาน แก้ท้องผูกเรื้อรังและขับลมในกระเพาะ ช่วยบำรุงตับ หัวใจ บำรุงสมองและประสาท นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนได้อีกด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีส่วนผสมของสมุนไพรมากถึง 10 ชนิด จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นชาออร์แกนิคที่มีสรรพคุณทางตัวยาตามชนิดของสมุนไพรดังนี้

ชามาลีกับส่วนผสมสมุนไพรไทย 10 ชนิด อุดมไปสรรพคุณทางตัวยา

1. มะขามป้อม จัดเป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระวิตามินซีสูงมีสรรพคุณหลายด้าน เช่น ช่วยบรรเทาอาการไอทำให้ชุ่มคอ ช่วยให้ผิวหน้าขาวสดใสรักษาฝ้าและชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยบำรุงประสาทและสมอง นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงโลหิตได้เป็นอย่างดี

2. ฝักมะขามแขก มะขามแขกมีสรรพคุณที่โดดเด่นในเรื่องของการช่วยขับถ่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านท้องผูกอยู่บ่อย ๆ 

3. ส้มป่อย เป็นสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุในร่างกายช่วยทำให้เจริญอาหาร เป็นยาช่วยลดไขมันลดความอ้วนหรือลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ถือเป็นส่วนผสมที่สำคัญของชามาลีเนื่องจากเป็นชาที่เน้นเรื่องของการลดน้ำหนัก 

4. พริกไทยดำ จัดเป็นทั้งเครื่องเทศและสมุนไพร มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ ช่วยป้องกันต่อต้านสารก่อมะเร็ง กระตุ้นประสาท แก้ลมชัก นอกจากนี้ยังช่วยเร่งระบบการทำงานของตับเพื่อให้ทำลายสารพิษได้ดีมากขึ้น

5. หญ้าหวาน หญ้าหวานสามารถใช้ทดแทนความหวานจากน้ำตาลได้ มีสรรพคุณช่วยในการรักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ช่วยลดไขมันในเลือดสูง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และโรคอ้วน

6. พุทธาจีน จัดเป็นสมุนไพรอายุวัฒนะของชาวจีน ผลของพุทราจีนช่วยเพิ่มพลังงานและให้ความรู้สึกสดชื่น ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณ 

7. ส้มแขก ส้มแขกนิยมนำมาปรุงอาหารแทนการใช้มะขามเปียกเนื่องจากมีรสเปรี้ยว และมีสรรพคุณทางยา เช่น ช่วยบรรเทาอาการไอช่วยขับเสมหะ ช่วยฟอกโลหิต และสรรพคุณที่สำคัญเป็นตัวช่วยลดความอยากอาหารความรู้สึกหิวอาหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติชามาลี

8. ดอกคำฝอย มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน บำรุงประสาทช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับสมอง แก้หวัดน้ำมูกไหล และช่วยลดระดับน้ำตาลใน 

9. มะตูม นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มได้หลายชนิด เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ร้อนในและช่วยแก้กระหายเพิ่มความสดชื่นแก่ร่างกาย ช่วยแก้โรคบิดและช่วยฆ่าเชื้อโรคในลำไส้เป็นยาระบายอ่อน ๆ

10. กระเจี๊ยบ สมุนไพรสารพัดประโยชน์ จุดเด่นคือช่วยดับความกระหายทำให้ร่างกายสดชื่น ป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำในร่างกายได้เป็นอย่างดี 

ชามาลี เครื่องดื่มสมุนไพรลดน้ำหนักชั้นดี ดื่มง่ายชงไม่ยาก

ใครที่ต้องการควบคุมน้ำหนักแต่ไม่อยากเสี่ยงกับการกินยาลดความอ้วน ชามาลีเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่เน้นเรื่องการควบคุมน้ำหนักลดอาการหิว ถือเป็นตัวช่วยในการควบคุมอาหารและลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำหรับการต้มชามีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

· ผลิตภัณฑ์ชา 1 กล่อง ประกอบไปด้วยสมุนไพร 10 ชนิดรวมกัน ปริมาณอยู่ที่ 150 กรัม ดังนั้นปริมาณน้ำที่ใช้ต้มจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 ลิตร/ 1 กล่อง

· สมุนไพรที่อยู่ในกล่องจะถูกบรรจุอยู่ในถุงผ้าขาวสะอาดเพื่อใช้ในการต้ม ฉะนั้นก่อนต้มควรมัดปากถุงให้แน่นเพื่อป้องกันสมุนไพรลอยออกมาจากถุง

· นำถุงสมุนไพรวางถุงไปในหม้อขนาดกลาง แล้วเทน้ำเปล่า 3-4 ลิตรลงไปในหม้อ ระดับไฟที่ใช้ในการต้มอยู่ในระดับกลาง ส่วนระยะเวลาที่ต้นอยู่ที่ประมาณ 30 นาที

· เมื่อต้มเสร็จเรียบร้อยแล้วพักไว้ให้เย็น จากนั้นบรรจุใส่ขวดเพื่อน้ำไปแช่ในตู้เย็น โดยสามารถแช่ไว้ดื่มได้หลายวัน ซึ่งชามาลีดื่มได้ทั้งแบบเย็นและแบบอุ่น ๆ 

สำหรับใครที่กำลังมองตัวช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสมุนไพร ชามาลีเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบรนด์ดังที่กำลังมาแรง ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ขับของเสียและช่วยควบคุมเรื่องน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพ

ชามาลี

Categories
Health Care

วิตามินซี

ทำไมทาน วิตามินซี แล้วไม่เห็นผลสักที? เช็กให้ชัด! คุณกำลังทานวิตามินซีแบบผิด ๆ อยู่หรือเปล่า?

วิตามินซี  Vitamin C เป็นอาหารเสริมใกล้ตัวที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายตามร้านขาย ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และเว็บชอปปิ้งออนไลน์ หาซื้อได้ง่าย ทำให้หลายคนนิยมซื้อมาทานเพื่อสุขภาพและความงามกัน แต่ทราบหรือไม่ว่าการทานวิตามิน C ที่ถูกต้องนั้นควรทำอย่างไร ปริมาณเท่าไหร่ และควรทานตอนไหนดี? สำหรับใครที่กำลังทานอยู่แต่ไม่มั่นใจว่าทานถูกวิธีหรือไม่ เราลองไปเช็กให้ชัวร์กันเลย

ประเภทของวิตามินซี 

· แบบผง เป็นวิตามินซีแบบผงชงดื่มที่เหมาะสำหรับคนทานยายาก หรือไม่ชอบทานยาแบบเม็ด มีกลิ่นหอม ละลายน้ำง่าย ดื่มง่าย ชงดื่มกับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก็ได้ แต่สำหรับใครที่เลือกวิตามินประเภทนี้ควรเลือกชนิดที่ปราศจากน้ำตาล โดยเฉพาะผู้ป่วยในโรคเบาหวาน

· แบบเม็ด บรรจุมาเป็นเม็ดคล้ายกับตัวยาทั่วไป แต่ลักษณะเม็ดจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้กลืนยาก ไม่เหมาะกับผู้ที่ทานยาเม็ดยาก

· แบบแคปซูล บรรจุมาเป็นแคปซูลเพื่อให้ทานได้ง่ายขึ้น กลืนง่าย มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ แตกตัวง่าย แต่จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง

· แบบเคี้ยว เป็นชนิดที่ออกแบบมาสำหรับเด็กหรือคนที่ทานยายาก มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย เคี้ยวทานง่าย มีลักษณะคล้ายกับเจลลี 

การทานวิตามินซีอย่างถูกวิธี ทานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย?

· ทานปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย การทานวิตามินซีประกอบไปด้วย 3 ประโยชน์หลัก ๆ ได้แก่ การทานเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ควรทานปริมาณ 500 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน, ทานเพื่อบำรุงผิวพรรณ ควรทานปริมาณ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน, และการทานเพื่อบรรเทาอาการหวัด ควรทานปริมาณ 2,000 – 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน 

· ไม่ทานเกินขนาดที่กำหนด สำหรับเด็กที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป ร่างกายจะต้องการปริมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้ใหญ่จะต้องการปริมาณ 100 มิลลิกรัม โดยเฉลี่ยแล้วในผู้ใหญ่จะต้องทานวิตามิน C ปริมาณไม่เกิน 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากทานเกิน 3,000 มิลลิกรัมต่อวันจะเป็นการทานยาเกินขนาด ทำให้เกิดการตกค้างในร่างกาย ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กมากเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง อาทิ คลื่นไส้ อาเจียน และหากทานต่อเนื่องในระยะเวลาที่นานเกินไปจะทำให้สิ่งตกค้างเกิดเป็นตะกอนสะสมและทำให้เกิดเป็นนิ่วในไตได้

· ควรแบ่งทานเป็น 2 มื้ออาหาร โดยปกติแล้ววิตามิน C จะใช้เวลาการดูดซึมและอยู่ในร่างกายได้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง การแบ่งทานเป็น 2 มื้ออาหารจึงช่วยให้ดูดซึมได้ดีกว่าและช่วยการตกค้างในร่างได้ด้วย เช่น ต้องทานปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ก็แบ่งเป็นทาน 2 มื้ออาหารด้วยการเลือกทานขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังมื้ออาหาร ก็จะช่วยให้ได้รับในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน

· ไม่ควรทานตอนท้องว่าง วิตามิน C ที่เราทานกันนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Natural Vitamin C จากธรรมชาติที่ได้จากผักและผลไม้ และ Synthetic Vitamin C เป็นวิตามินสังเคราะห์ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป หรืออาหารเสริมที่เราทานกันนั่นเอง เป็นวิตามินที่มาจากกระบวนการทางเคมีในรูปแบบของ Ascorbic acid ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อทดแทน Natural Vitamin C ที่ได้จากธรรมชาติ มีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้หากทานตอนที่ท้องว่าง จึงควรรับประทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหาร หรือหากใครที่มีอาการแผลในกระเพาะอาหารควรเลือกชนิดที่ระบุว่า Buffered เพราะจะช่วยลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ดีกว่า

· ทานวิตามิน C ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ควรเลือกชนิดที่ได้มาตรฐานและมีการขึ้นทะเบียนยาอย่างถูกต้อง เพราะหากมีขนาดเกิน 60 มิลลิกรัมจะถูกบรรจุเป็นยา ควรเลือกชนิดที่มีแหล่งที่มาชัดเจน สถานที่ผลิต ปริมาณยา ขนาดที่บรรจุ วันผลิตและวันหมดอายุ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ได้ป้องกันแสงแดด 100% หรือเป็นบรรจุภัณฑ์ทึบแสงที่ใช้ในการบรรจุยาหรือเวชภัณฑ์ เพราะหากบรรจุในภัณฑ์ที่ไม่ทึบแสงจะทำให้เกิดความร้อนและส่งผลให้เกิดความชื้น ทำให้วิตามินเสื่อมสภาพลงจนเหลือแต่แป้ง และมีประสิทธิภาพที่ลดลง นอกจากนี้ยังควรเลือกชนิดที่มีสาร Bioflavonoids ที่มีคุณสมบัติช่วยในการดูดซึมของร่างกายด้วย

การเลือกวิตามินซีสำคัญกว่าที่คิด ใช่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ได้ หรือทานแบบไหนก็ได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี

วิตามินซี vitamin C

Categories
Uncategorized

เครื่องวัดความดัน

เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์จำเป็นในยุคนี้ที่ควรมีประจำบ้าน

ไม่น่าเชื่อเลยว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่าง เครื่องวัดความดัน จะกลายมาเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต้องมีประจำบ้านในแต่ละบ้านไปแล้วในยุคนี้ อาจจะมีบางความเห็นมองต่างออกไปอาจคิดว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้วใครจะรู้บ้างว่า สำหรับประชากรไทยแล้วเรามีอัตราผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี และไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น อัตราของผู้ป่วยเป็นโรคความดันสูงจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกก็เพิ่มสูงขึ้นในทุกปีด้วยเช่นกัน นั่นจึงสะท้อนว่าทุกบ้านทุกครอบครัวควรจะมีอุปกรณ์สำหรับช่วยตรวจสอบวัดค่าความดันโลหิตเอาไว้ประจำบ้านเพื่อเช็กสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว

ต้องรู้อะไรบ้างก่อนเลือกซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้งาน

โดยปกติแล้วเมื่อเราอายุมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดโรคความดันก็มีมากขึ้น โรคความดันโลหิตนั้นมีความเกี่ยวข้องกับอายุด้วย นั่นหมายความว่าถ้าบ้านไหนมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านด้วย ก็มีอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดค่าความดันในร่างกายเอาไว้ เมื่อจะซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้งาน หลายคนก็ไม่รู้ว่าควรจะเลือกซื้อแบบไหนดี จึงมีคำแนะนำเบื้องต้นในการเลือกซื้อดังนี้

· ใช้งานง่ายต้องใช้เป็นเครื่องวัดแบบดิจิทัล – อุปกรณ์วัดความดันโลหิตนั้นจะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบที่เป็นปรอทวัดความดัน และแบบที่เป็นดิจิทัล ถ้าผู้ใช้งานไม่ได้มีความรู้ความชำนาญในการใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็แนะนำให้ซื้อเป็นแบบดิจิทัลมาใช้งาน ราคาอาจจะสูงกว่าแบบปรอทเล็กน้อย แต่การใช้งานจะง่ายกว่า ไม่ต้องมีความชำนาญหรือทักษะใด ๆ ก็สามารถใช้งานได้

· ใช้งานไม่บ่อยให้เลือกเครื่องแบบใช้แบตเตอรี่ –  ถ้าไม่ได้ใช้งานวัดความดันบ่อยนัก ก็แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องแบบที่ใช้แบตเตอรี่ ราคาก็จะย่อมเยาลงมากว่าแบบที่มี adaptor

· ต้องเป็นเครื่องวัดที่ได้มาตรฐาน – อุปกรณ์วัดความดันในปัจจุบันมีผลิตออกมาจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ จนบางทีก็เลือกซื้อลำบาก แต่จะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือต้องได้มาตรฐาน โดยก่อนจะเลือกซื้อให้สังเกตเครื่อง CE หรือเครื่องหมาย UL เครื่องหมายทั้งสองนี้เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าอุปกรณ์นั้น ๆ ได้มาตรฐานทางการแพทย์

· การรับประกัน – อีกสิ่งที่สำคัญแนะนำนำว่า ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีการรับประกันประมาณ 2 ปีขึ้นไป

การอ่านค่าต่าง ๆ บนเครื่องวัดความดัน

หลังจากที่ซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยตรวจสอบความดันมาแล้ว ทีนี้ก็ต้องมารู้วิธีการใช้งานและการอ่านค่าต่าง ๆ ปกติแล้วถ้าเป็นเครื่องแบบดิจิทัลก็จะใช้งานได้ไม่ยาก แค่สวมปลอกแขนเข้าไปที่แขนข้างที่จะทำการวัดความดัน กดปุ่มเปิดเครื่อง ระบบของเครื่องก็จะทำการปั๊มลมและทำการวัดค่าความดันให้แบบอัตโนมัติ และวิธีการอ่านค่าความดันบนหน้าปัดอุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน

· ตัวเลขด้านบน – เป็นค่าตัวเลขความดันในช่วงที่หัวใจบีบตัว ถ้าตัวเลขอยู่ที่ต่ำกว่า 130 ก็ถือว่าความดันปกติ แต่ถ้าตัวเลขสูงกว่านั้นขึ้นไปถึง 140 – 159 ก็จัดว่าความดันสูง

· ตัวเลขด้านล่าง – เป็นค่าตัวเลขความดันในช่วงที่หัวใจคลายตัว ถ้าตัวเลขไม่เกิน 85 ก็ถือว่าความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนถ้าตัวเลขขึ้นไปที่ 90 – 99 ก็จะถือว่าความดันสูง

การอ่านค่าตัวเลขความดันโลหิตบนหน้าปัดอุปกรณ์วัดความดัน เราจะดูค่าตัวเลขทั้งตัวบนตัวล่างประกอบกันถึงทั้ง 2 ตัว โดยปกติแล้วตัวเลขจะมีความสัมพันธ์กัน ถ้าความดันปกติตัวเลขทั้ง 2 ตัวก็จะอยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนกัน และถ้าความดันสูง ตัวเลขก็จะขึ้นไปสูงทั้ง 2 ค่าเช่นกัน อาจจะมีค่าตัวเลขที่ผกผันกันไปบ้างในบางครั้ง ก็ให้ทิ้งช่วงสักระยะแล้วกลับมาวัดค่าใหม่ก็จะได้ตัวเลขที่แน่ชัดมากขึ้น

โรคความดันโลหิตสูงนั้นถือว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่อันตรายและคร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนไม่น้อยแล้ว พิษภัยจากโรคนี้อาจทำให้เส้นเลือกในสมองตีบหรือแตกได้ และที่สำคัญหากเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว มักจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ง่าย ส่วนใหญ่แล้วโรคความดันโลหิตสูงกับโรคเบาหวานมักจะมาพร้อมกัน บางคนก็อาจเป็นโรคหัวใจร่วมด้วย จึงถือว่าเป็นภัยเงียบที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย มีเครื่องวัดความดันไว้ประจำบ้านก็จะช่วยได้อีกทาง เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้คอยตรวจสอบได้ว่าช่วงไหนที่เราหรือคนในครอบครัวของเรากำลังเผชิญกับอันตรายจากความดันสูง รู้ล่วงหน้าย่อมดีกว่าเสมอ

อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต้องมีประจำบ้าน

Categories
Uncategorized

ผักอบกรอบ

ผักอบกรอบ กินดีมีประโยชน์หรือเป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพกันแน่

ในช่วงที่ผ่านมาเกิดกระแสความนิยมในอาหารประเภท ผักอบกรอบ ขึ้นมา ผู้คนต่างซื้อหาผักและผลไม้อบกรอบมารับประทานกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในลักษณะของว่างอาหารทานเล่น เพราะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่านอกจากรสชาติดีแล้วยังดีต่อสุขภาพ จึงทำให้คนต่างซื้อมารับประทาน ในอีกด้านหนึ่งก็มีคำเตือนออกมาและแชร์กันไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากกว่าผักและผลไม้อบกรอบแบบนี้ ทานแล้วจะทำให้อ้วนมากขึ้น แท้ที่จริงแล้วอาหารชนิดนี้มีประโยชน์หรือมีโทษกันแน่แล้ว ควรจะรับประทานอย่างไรถึงจะเหมาะสมมาหาคำตอบกัน

ผักอบกรอบดีหรือไม่ดีต่อร่างกาย ?

เราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาหารประเภทผักผลไม้นั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และเป็นสิ่งที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมายที่ร่างกายต้องการ จึงจัดว่าเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วถ้านำมาพัฒนาเป็นผักอบกรอบบ้าง คุณค่าทางโภชนาการจะเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่ เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยในเรื่องนี้ ตรงนี้ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ผักผลไม้นั้นแท้จริงแล้วมีสารอาหารหรือประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

โดยกายภาพของอาหารประเภทผักผลไม้แล้ว องค์ประกอบและสารอาหารภายในก็จะประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต น้ำและน้ำตาล นั่นจึงเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เรารับประทานผักผลไม้เข้าไปแล้ว เรารู้สึกอิ่มและรู้สึกร่างกายสดชื่นขึ้น น้ำและน้ำตาลที่อยู่ในผักผลไม้นั้นก็จะมีแร่ธาตุและวิตามินร่วมถึงกากใยอาหารอยู่ภายในด้วย ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารเหล่านี้และนำไปใช้ประโยชน์ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไป เมื่อจำแนกออกมาแบบนี้แล้วจะเห็นได้เลยว่าผักผลไม้ถึงจะมีประโยชน์แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้เราอ้วนได้ง่ายเหมือนกัน เพราะมีทั้งส่วนที่เป็นแป้งและเป็นน้ำตาล

ปกติแล้วถ้าเรารับประทานผักผลไม้สด ๆ เราจะได้รับน้ำที่อยู่ในผักผลไม้เข้าไปด้วยนั่นจึงทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็ว รับประทานได้ไม่มาก เป็นกลไกที่ช่วยหยุดยั้งการกินเกินปริมาณที่เหมาะสมของเรา แต่พอเป็นผักผลไม้ที่ผ่านการอบแห้งทำให้กรอบ ผักผลไม้เหล่านี้จะถูกดูดความชื้นออกไปทำให้เหลือแต่คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลเป็นหลัก บวกกับมีความกรอบเหมือนขนมจึงทำให้ทานง่าย ทานได้เรื่อย ๆ ไม่อิ่มง่ายเหมือนทานผักผลไม้สด นั่นจึงเท่ากับว่าเรามีโอกาสอ้วนขึ้นได้ถ้ารับประทานผักผลไม้อบกรอบมากจนเกินไป เพราะร่างกายมีการสะสมแป้งและน้ำตาลนั่นเอง ตรงนี้จึงอยากจะสรุปว่าผักผลไม้อบกรอบมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อร่างกาย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานเข้าไปนั่นเอง 

จะรับประทานผักอบกรอบอย่างไรไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

แม้ว่าเราจะทราบแล้วว่าผักผลไม้อบกรอบนั้นมีส่วนทำให้อ้วนขึ้นได้ แต่ถ้ามองในแง่ของคุณค่าทางโภชนาการอาหารแล้ว อาหารประเภทนี้ก็ยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องกากใยอาหารสูง วิตามินแร่ธาตุที่ยังคงอยู่ในผักผลไม้ ใครที่ปกติไม่ค่อยชอบทานผักผลไม้สด ๆ อาหารแบบนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่ขาดไป จึงถือว่าเป็นทางเลือกอาหารที่จำเป็นสำหรับคนที่ไม่ชอบทานผักหรือผลไม้ แต่การจะทานแล้วไม่ให้อ้วนหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพก็มีแนวทางอยู่ ถ้าปฏิบัติตามนี้คุณก็จะสามารถรับประทานอาหารชนิดนี้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ แนวทางมีดังนี้

· เลือกผักผลไม้ที่ใช้การอบกรอบแบบ Freeze Drying หรือ ที่ใช้การทอดแบบสุญญากาศ อย่าเลือกแบบอบกรอบโดยการทอดที่ใช้น้ำมัน

· เลือกชนิดผักผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ให้พลังงานต่ำ อย่างเช่น บรอกโคลี กระเจี๊ยบเขียว ผักใบเขียวเป็นต้น

· รับประทานผักผลไม้อบกรอบหลากหลายชนิด สลับสับเปลี่ยนกันไป อย่างรับประทานซ้ำ ๆ 

· รับประทานให้เป็นของว่างระหว่างวัน อย่ารับประทานเป็นอาหารหลักประจำมื้อ

· พยายามจำกัดปริมาณในการรับประทาน คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคือ ให้รับประทานเพียง 30 ชิ้น ต่อวัน 

หากรับประทานตามนี้ผักผลไม้อบกรอบก็จะส่งผลดีมากกว่าผลเสียต่อสุขภาพ อย่าลืมว่าทุกสิ่งล้วนมี 2 ด้านเสมอ อะไรที่มีประโยชน์หากมากหรือน้อยก็เกินก็สามารถส่งผลให้เกิดโทษได้เช่นกัน โดยภาพรวมแล้วผักอบกรอบนั้นมีข้อดีกับร่างกายมากกว่าโทษแต่การบริโภคก็ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่พอดี หากรับประทานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็จะทำให้อ้วนและเสียสุขภาพได้ ดังนั้นรับประทานกันอย่างมีสติ อยู่ในความพอดีเท่านี้คุณก็จะมีความสุขกับอาหารในทุก ๆ มื้อแบบไม่ต้องกังวลแล้ว

ผักอบกรอบ อาหารว่าง ของกินเล่น

Categories
Health Care

กระชายขาวแคปซูล

ไขข้อข้องใจ กระชายขาวแคปซูล ดีต่อสุขภาพอย่างไร ถึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนยุคนี้

หากพูดถึงกระชาย เชื่อว่าหลายคนอาจคุ้นเคยว่า กระชาย คือ พืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำอาหารเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่นอกจากการเลือกมาเป็นตัวช่วยปรุงอาหารแล้ว เดี๋ยวนี้ยังถูกนำมาสกัดเป็น กระชายขาวแคปซูล เพราะกระชายถือเป็นสมุนไพรไทยที่อัดแน่นด้วยประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น ใบ ดอก หรือผล ก็สามารถนำมาสกัดทำตัวยาและให้ประโยชน์มากมายแบบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว

ประโยชน์ของกระชายขาวแคปซูลที่ดีต่อสุขภาพ

– ตัวช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง

ในอดีตนั้น รากและเหง้าของกระชายนิยมถูกนำมาล้างน้ำ ตากแห้ง และบดเป็นผง เพื่อนำมาชงน้ำร้อนดื่มในขณะอุ่น ๆ เนื่องจากกระชายมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง แถมยังมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรไทยทำให้หลายคนติดใจเลือกดื่ม และสำหรับคนสมัยนี้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วจึงนิยมเลือกทานกระชายขาวแคปซูลที่เป็นตัวช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรงไม่แพ้กระชายแบบสด

– ปรับสมดุลความดันโลหิต

ต้องยอมรับเลยว่าโรคความดันโลหิตคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือด เพราะฉะนั้นการดูแลร่างกายให้สุขภาพดีเพื่อให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมย่อมทำให้ห่างไกลจากโรครายได้มากขึ้น โดยสรรพคุณของกระชายที่ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต คือ หากความดันโลหิตสูงเกินไปจะช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลง ในขณะเดียวกัน หากความดันโลหิตต่ำเกินไปก็ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตให้สูงขึ้น รวมถึงทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนเป็นส่วนสำคัญ

– ลดน้ำตาลในเลือด

เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในยุคนี้เต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มเย้ายวนใจ และผลของการตามใจปากอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะศัตรูตัวฉกาจอย่างน้ำตาล ซึ่งหากน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปมีโอกาสนำมาซึ่งโรคอื่น ๆ ในอนาคต แต่การทานกระชายเป็นประจำจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ถึงอย่างนั้นควรทำควบคู่กับการควบคุมน้ำตาล ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพดีระยะยาว

– บรรเทาอาการท้องอืด

ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเดินบ่อย ๆ แนะนำให้เลือกทานกระชายที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการเหล่านี้โดยเฉพาะ ยิ่งหากเป็นอาการท้องอืดท้องเฟ้อหรือโรคกระเพาะอาหารยิ่งได้ผลดี เพราะมีส่วนช่วยขับลม ทำให้ลำไส้และกระเพาะทำงานได้อย่างสมดุลยิ่งขึ้น

– ปรับสมดุลฮอร์โมน

กระชายขาวสกัดกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยทองซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนปรับขึ้นลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน แต่กระชายจะช่วยปรับฮอร์โมนให้ทำงานเป็นปกติยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังแก้อาการตกขาว บำรุงระบบมดลูก รังไข่ และยังลดอาการปวดประจำเดือนของสาว ๆ ได้อีกด้วย

– ทานง่าย พกพาสะดวก

เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบของกระชายขาวแคปซูลเลยก็ว่าได้ เพราะสะดวกสบายมาในรูปแบบเม็ด นอกจากหาซื้อง่ายแล้วยังหยิบมาทานได้อย่างสะดวก พกพาไปไหนมาไหนก็ง่าย ที่สำคัญยังทานง่ายกว่าแบบสด แถมยังอัดแน่นด้วยประโยชน์ดี ๆ จากสมุนไพรไม่แพ้กระชายสดเลยทีเดียว หรือเลือกซื้อแบบกระปุกและคิดว่ากระปุกมีขนาดใหญ่ไป ก็สามารถแบ่งใส่ตลับยาเล็ก ๆ เพื่อให้พกพาง่ายยิ่งขึ้น ใครที่ไม่อยากทานแบบสดขอแนะนำแบบแคปซูล รับรองว่าทานง่ายกว่าแน่นอน

– ความหวังของการเป็นสมุนไพรต้านโควิด-19

เชื่อว่าไม่นานมานี้หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวว่ากระชายมีฤทธิ์ต้านโควิด-19 ได้ ทำให้หลายคนตามหากระชายขาวสกัดมารับประทาน แต่แม้จะมีข่าวออกมาแล้วว่า แท้จริงแล้วยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ากระชายสามารถต้านโควิดได้จริง เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือเป็นความหวังสำหรับผู้ที่อยากป้องกันตนเองจากโรคระบาด เพราะมีการค้นพบว่าในกระชายนั้นมีตัวยาสำคัญที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของโควิด-19 แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องผ่านขั้นตอนการทดลอง เพื่อให้ใช้งานกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย

จะเห็นว่าประโยชน์ของกระชายมีอยู่ด้วยกันหลายอย่างทำให้ถูกนำมาทำเป็นกระชายขาวแคปซูล เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการเติมประโยชน์ดี ๆ แก่ร่างกาย เพราะฉะนั้นใครอยากสุขภาพแข็งแรงด้วยสมุนไพรไทย ลองหากระชายขาวชนิดแคปซูลมารับประทาน เพื่อเติมประโยชน์ดี ๆ แถมพกพาง่าย ตอบโจทย์เรื่องการทานอย่างสะดวกสบายได้ดีสุด ๆ   

กระชายขาวแคปซูล
กระชายขาวแคปซูล
Categories
Health Care

หมอเส็ง

รู้จักผลิตภัณฑ์หมอเส็ง กับเรื่องสมุนไพรที่ใครต่างก็ไว้วางใจ!

หมอเส็ง เป็นชื่อที่โด่งดังในเรื่องสมุนไพรมานาน เพราะคุณหมอเติบโตมาในครอบครัวของหมอ เนื่องจากมีคุณพ่อหมอสมุนไพรจากเมืองจีน จึงทำให้คุ้นเคยกับยาและสมุนไพรมานานจากการช่วยคุณพ่อทำยา และช่วยคุณพ่อขายยาในร้านขายยา จนกลายเป็นหมอแผนโบราณที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรไทยและจีน จุดเปลี่ยนของคุณหมอเริ่มขึ้นจากการติดตามพระไปธุดงค์ และด้วยความที่พระท่านมีตำรายาเก่าเกี่ยวกับว่านชักมดลูกอยู่ จึงได้บอกกับคุณหมอว่า ว่านชักมดลูกจะเป็นสมุนไพรที่จะทำให้รวยได้ จนได้นำมาทำเป็นยาสมุนไพรสำหรับผู้หญิงและได้รับความนิยมตั้งแต่ปีพ.ศ.2542 เป็นต้นมา

รู้จักสมุนไพรสรรพคุณดี 4 กลุ่มจาก หมอเส็ง

ยาแผนโบราณ ยาน้ำสมุนไพรผสมว่านชักมดลูก เบอร์ 777 ตราหมอเส็ง เป็นยาแผนโบราณชนิดน้ำ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง มดลูกอักเสบ หรือเสียวหน่วงมดลูก หนาวใน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง น้ำคาวปลาเยอะ มีส่วนประกอบของว่านชักมดลูก 350 กรัม, ดอกคำฝอย 100 กรัม, โกศหัวบัว 100 กรัม และตัวยาอื่น ๆ ส่วนการทานให้เขย่าขวดก่อน ทานก่อนอาหารวันละ 2 เวลา เช้า – เย็น ครั้งละ 50 ซีซี และเก็บแช่เย็นไว้

กลุ่มอาหารเสริม Co-U1 เป็นอาหารเสริมบำรุงปอด ชนิดแคปซูล มีคุณสมบัติช่วยบำรุงปอดและร่างกาย ช่วยปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 มีส่วนประกอบของกระชายขาวที่ช่วยต้านเชื้อไรวัส ช่วยบรรเทาอาการในทางเดินระบบหายใจและช่วยลดเสมหะ, เจียวกู่หลาน มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ ช่วยป้องกันหวัด ถอนพิษไข้ ดับพิษร้อน และแก้ร้อนใน, ฮ่วยซัว ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ และช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง, ปัคกี้ ช่วยฟื้นอาการจากไข้และช่วยบำรุงกำลัง, เก๋ากี้ มีคุณสมบัติช่วยลดความเครียด ช่วยให้ผ่อนคลาย และช่วยให้นอนหลับง่าย, ตังกุย ช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง, ขมิ้นชัน ช่วยแก้อาการไข้เรื้อรังและช่วยลดเสมหะ, เห็ดหลินจือ มีคุณสมบัติช่วยบำรุงร่างกายและช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ทานวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น ครั้งละ 2 – 3 แคปซูล

กลุ่มเครื่องดื่ม กาแฟผสมสมุนไพร แบบกระป๋อง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายและบำรุงโลหิต ช่วยให้สดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้น ช่วยขับสารพิษในร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย ช่วยลดอาการตกขาวในสตรี และช่วยลดอาการอยากบุหรี่ในผู้ที่เลิกบุหรี่ด้วย ส่วนใครที่ชอบทานน้ำเต้าหู้ก็มีน้ำเต้าหู้ผสมสมุนไพร มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศและช่วยเสริมสร้างกระดูกและข้อ ผลิตจากนมถั่วเหลืองที่อุดมไปด้วยแคลเซียม, คาร์โบไฮเดรต, ฟอสฟอรัส, วิตามิน A, วิตามิน B, วิตามิน C, วิตามิน D และวิตามิน E ช่วยป้องกันการสะสมไขมันในหลอดเลือดชั้นใน ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ช่วยบำรุงสมองและความจำ ช่วยในการทำงานของตับและไต มีโปรตีนสูง บรรจุมาเป็นแบบซอง ทานง่าย ผสมกับน้ำร้อน 150 มิลลิลิตร คนให้เข้ากัน และดื่มเป็นประจำ

กลุ่มเครื่องสำอาง สบู่ขมิ้นชัน เป็นสบู่ที่มีสรรพคุณช่วยรักษาสิวชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิวผด สิวผื่น สิวอักเสบ หรือสิวฮอร์โมน ช่วยลดอาการแพ้และอาการคันจากสาเหตุต่าง ๆ อาทิ แพ้เหงื่อ แพ้น้ำ แพ้ฝุ่น คันในร่มผ้า กลากเกลื้อน สะเก็ดเงิน ผิวหนังอักเสบ และกลิ่นสาบ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ใช้เป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ยังมีสบู่พลูคาว เป็นสบู่ที่มีสรรพคุณช่วยลดการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ดูกระจ่างใสขึ้น รูขุมขนดูกระชับ และช่วยลดกลิ่นสาบกายได้ ใช้ทำความสะอาดได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

และนี่ก็เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์หมอเส็งเท่านั้น เพราะยังมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ได้มีแค่สมุนไพรโบราณ แต่ยังมีสมุนไพรในรูปแบบอาหารเสริม เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางให้ได้ลองใช้กันด้วย มีให้เลือกหลายสูตร สามารถสั่งซื้อมาลองใช้หรือลองทานกันได้ ส่วนการรับประทานยาสมุนไพรควรอ่านฉลากก่อนทาน หรือหากใครที่มีโรคประจำตัวหรือตั้งครรภ์ แนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทานเพื่อความปลอดภัย โดยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นี้สามารถสั่งซื้อได้จากตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศหรือบนเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ในร้านที่น่าเชื่อถือ     

หมอเส็ง
หมอเส็ง
Categories
Health Care

ยาขมตราใบห่อ

ยาขมตราใบห่อ ยาสมุนไพรแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ที่คงความคลาสสิกเอาไว้จากรุ่นสู่รุ่น

หากพูดถึง ยาขมตราใบห่อ แล้ว เชื่อว่าหลายคนจะต้องคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นยาสมุนไพรที่ได้ยินกันมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแล้ว โดยได้ก่อตั้งบริษัท ห้างขายยาตราใบห่อ จำกัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยคุณประสิทธิ์ อัคคะประชา ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรมานาน โดยผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวคือ “ยาขมแบบตอกเม็ด” ซึ่งห้างขายยาตราใบห่อเองก็ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่วางขาย และหลังจากที่วางขายยาขมชนิดเม็ดตราใบห่อในตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นรู้จักอย่างกว้างขวางสักเท่าไหร่ เพราะเปิดขายแค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น คุณประสิทธิ์จึงคิดวิธีทำให้ยาขมของตนเองเป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการประกาศออกไปว่าหากใครมียาขมชนิดเม็ดตราใบห่อและนำมาให้จะแจกเงินจำนวน 500 บาท ทำให้คนต่างนำซองยามาให้ดูเพื่อรับเงิน ซึ่งในขณะนั้นซองยาก็มีราคาเพียงแค่ซองละ 1 บาทเท่านั้นเอง ต่อมาจึงได้เริ่มวางขายทั่วประเทศในปีพ.ศ. 2535 

ยาขมชนิดเม็ดตราใบห่อ มีแบบไหนบ้าง มีสรรพคุณอย่างไร

ยาขมชนิดเม็ดตราใบห่อ รุ่นคลาสสิก เป็นยาขมตราใบห่อชนิดเม็ด มีสรรพคุณแก้ร้อนใน แก้ไข้ ตัวร้อน ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีตัวยาสำคัญหลายชนิด อาทิ บอระเพ็ด 140 กรัม, อึ่งงิ้ม 30 กรัม, ลูกกระดอม 20 กรัม ฯลฯ ส่วนวิธีทานคือ ให้ทานก่อนหรือทานหลังอาหาร วันละ 3 เวลา โดยผู้ใหญ่ให้ทานครั้งละ 4 เม็ด และเด็กทานครั้งละ 1 – 2 เม็ด

ยาขมชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการร้อนใน ลดไข้ แก้กระหายน้ำ และช่วยให้เจริญอาหาร มีส่วนประกอบของตัวยาสมุนไพรที่สำคัญหลายชนิด อาทิ บอระเพ็ด ลูกกระดอม ใบมะระ ฯลฯ ทานก่อนหรือหลังอาหาร วันละ 2 เวลา ผู้ใหญ่ทานครั้งละ 4 แคปซูล เด็กทานครั้งละ 2 แคปซูล

แนะนำยาสมุนไพรตราใบห่อ ที่ควรมีไว้ติดบ้าน

ยาเขียวชนิดเม็ด นอกจากยาขมตราใบห่อแล้ว ยาเขียวตราใบห่อก็ถือว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย มีสรรพคุณแก้ไข ปวดหัว ตัวร้อน ออกหัดอีสุกอีใส แก้ร้อนใน และแก้กระหายน้ำได้ดี ตัวยาที่สำคัญคือ ใบพิมเสน 400 กรัม, ใบสันพร้าหอม 400 กรัม, พิษนาศน์ 200 กรัม และอื่น ๆ ทานก่อนหรือหลังอาหาร วันละ 3 เวลา ผู้ใหญ่ทานครั้งละ 4 เม็ด เด็กทานครั้งละ 2 เม็ด นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับเด็กที่ออกหัดอีสุกอีใสได้ด้วย โดยการนำยาไปชงในน้ำร้อนและผสมน้ำอุ่นอาบ แนะนำว่าให้เลือกใช้ชนิดผง เพราะละลายน้ำได้ง่ายกว่า

ยาฟ้าทะลายโจร เป็นชนิดแคปซูล ทานง่าย มีสรรพคุณแก้ไข้ ตัวร้อน หรือร้อนใน มีส่วนประกอบของฟ้าทะลายโจร 1,000 กรัม และตัวยาอื่น ๆ ทานก่อนหรือหลังอาหาร วันละ 3 เวลา ผู้ใหญ่ทานครั้งละ 4 แคปซูล เด็กทานครั้งละ 2 แคปซูล

ยาขมิ้นชัน เป็นชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยขับลม ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ผลิตจากเหง้าขมิ้นชัน ทานหลังอาหาร วันละ 4 เวลา ครั้งละ 1 – 2 แคปซูล

ยาบำรุงร่างกายกระชายดำ เป็นชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และช่วยให้เจริญอาหารขึ้น ทานวันละ 2 เวลา ก่อนหรือหลังอาหารเช้าและเย็น ครั้งละ 2 แคปซูล

ยาระบาย ชนิดแคปซูล มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เป็นยาระบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น มีส่วนประกอบของใบมะขามแขก ยาดำ สมอไทย ฯลฯ ให้ทานเมื่อมีอาการท้องผูก ผู้ใหญ่ทานวันละ 1 ครั้งก่อนนอน ครั้งละ 4 แคปซูล

ยาบรรเทาริดสีดวงทวาร ชนิดแคปซูล เป็นยาระบายแก้ท้องผูกที่ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร มีส่วนประกอบของเหงือกปลาหมอ ลูกจันทน์ เพชรสังฆาต สมอเทศ ฯลฯ ทานวันละ 2 เวลา หลังอาหารเช้าหรือเย็น ครั้งละ 4 แคปซูล 

ปัจจุบันนี้ยาขมตราใบห่อไม่ได้หาซื้อได้เฉพาะในร้านขายยาเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 สินค้าของห้างขายยาตราใบห่อได้นำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ตราใบห่อและผลิตภัณฑ์ในเครือออกมาวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ แล้ว ทำให้หาซื้อกันได้ง่ายขึ้น สะดวก และประหยัดเวลา สามารถเข้าไปเลือกซื้อในร้านค้าออนไลน์ได้ทั้งทางเว็บไซต์และทางแอปพลิเคชัน   

ยาขมตราใบห่อ
ยาขมตราใบห่อ
Categories
Health Care

รถเข็นผู้ป่วย

ประโยชน์ของ รถเข็นผู้ป่วย กับการเลือกใช้งานอย่างถูกวิธี มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างไร?

รถเข็นผู้ป่วย หรือวีลแชร์ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง กระดูกขา เท้า หรือกล้ามเนื้อ ทำให้เดินไม่ได้หรือเดินไม่สะดวก การนั่งรถเข็นจึงช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนย้ายได้สะดวกมากขึ้น เห็นได้จากสถานพยาบาลหรือตามสถานที่ต่าง ๆ ที่จะมีรถเข็นไว้ให้บริการผู้ป่วยในกลุ่มนี้อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานกับผู้ป่วยที่บ้านได้ เพื่อความสะดวกในการดูแลและการเดินทาง

ความแตกต่างของวีลแชร์แต่ละประเภทและประโยชน์การใช้งาน

· แบบมีผู้ช่วยเข็น (Transport wheelchair) เป็นรถเข็นผู้ป่วยที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ดูแลหรือผู้ช่วยเข็น เข็นผู้ป่วยเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก ควบคุมทิศทางโดยผู้ช่วยเข็น เป็นชนิดที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลเพราะมีน้ำหนักเบาและมีราคาไม่สูง มีทั้งแบบพับได้และแบบพับไม่ได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข็นเองได้หรือไม่สามารถใช้มือหรือแขน

· แบบใช้มือหมุนด้วยตนเอง (Manually propelled wheelchair) จะมีลักษณะคล้ายกับรถเข็นแบบผู้ช่วยเข็นแต่จะออกแบบมาให้มีล้อหลังที่ใหญ่กว่า เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมทิศทางได้ง่ายขึ้น เป็นชนิดที่ผู้ป่วยสามารถใช้มือหมุนที่วงล้อด้านนอกเพื่อควบคุมทิศทางต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวหรือเบรก

· รถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้า เป็นรถเข็นที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ผู้ป่วยสามารถควบคุมทิศทางเองได้ผ่านแผงหรือปุ่มควบคุมบนตัวรถเข็น โดยจะมีตำแหน่งอยู่ใกล้ ๆ กับที่พักมือเพื่อให้ผู้ป่วยควบคุมได้ง่ายขึ้น สามารถเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หมุนหรือกลับรถ และเบรกได้ ปรับความเร็วได้หลายระดับ สามารถใช้ขึ้น – ลงทางลาดชันได้ ส่วนมากแล้วล้อจะออกแบบมาให้ใช้ได้กับทุกพื้นผิว เป็นรถเข็นที่ใช้งานได้ทั้งระบบไฟฟ้าและแบบผู้ช่วยเข็น

ประโยชน์ของ รถเข็นผู้ป่วย ที่น่ารู้

· ใช้เป็นยานพาหนะสำหรับผู้พิการขา เพื่อช่วยให้ผู้พิการเดินทางได้อย่างสะดวก สามารถเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ เพราะตามระบบขนส่งหรือสถานที่ต่าง ๆ จะมีทางสำหรับรถเข็นผู้ป่วยไว้ให้บริการอยู่แล้ว

· ช่วยอำนวยความสะดวกนอกสถานที่ ใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือในจุดให้บริการเพื่อความสะดวกแก่ผู้ที่มาใช้บริการ

· ใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างสะดวก สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินได้หรือผู้ป่วยที่มีการเดินที่ผิดปกจะเคลื่อนย้ายได้ค่อนข้างลำบาก ในการเคลื่อนย้ายจึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยให้เคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก และช่วยลดอาการบาดเจ็บของผู้ป่วยขณะเคลื่อนย้าย

· ช่วยให้ผู้ป่วยได้ออกไปสถานที่ต่าง ๆ เพื่อความผ่อนคลาย สำหรับผู้ป่วยติดเตียงหรือต้องรักษาตัวเป็นเวลานานอาจทำให้เบื่อกับบรรยากาศแบบเดิม ๆ การได้พาออกไปสูดอากาศด้านนอกจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น

ข้อควรระวังในการใช้วีลแชร์และการเข็นผู้ป่วย

· เลือกรถเข็นผู้ป่วยที่เหมาะกับสรีระของผู้ป่วย ควรมีขนาดที่พอดีกับผู้ป่วย นั่งสบาย ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป เพราะหากเล็กเกินไปจะทำให้อึดอัด หรือหากใหญ่เกินไปจะทำให้ลื่นหล่นได้ง่าย

· ให้ผู้ป่วยนั่งในท่าที่สบาย ไม่เกร็ง ก่อนเข็นทุกครั้งควรให้ผู้ป่วยนั่งในท่าที่สบายก่อน ไม่เทน้ำหนักตัวไปทางใดทางหนึ่งเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและช่วยให้เข็นง่ายขึ้น

· ถอยหลังลงในทางลาดชัน หากเป็นทางลาดชันควรค่อย ๆ ถอยหลังลง เพราะควบคุมได้ง่ายกว่าการเข็นโดยเอาหน้าลง อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้ป่วยด้วย เพราะการเข็นเอาทางหน้าลงมีโอกาสสูงที่รถเข็นจะไหลลื่นลงไปและหลุดมือจนเสียการควบคุมได้

· ลดความเร็วเมื่อเลี้ยวโค้ง เพื่อช่วยให้เข้าโค้งได้ง่ายขึ้นและนิ่มขึ้น ไม่ส่ายไปมา

· เมื่อต้องเข็นลงทางขรุขระควรแจ้งให้ผู้ป่วยทราบก่อน เพราะผู้ป่วยอาจตกใจกับแรงกระแทกได้ และให้ผู้ป่วยจับรถเข็นเอาไว้เพื่อช่วยทรงตัว

· เข็นด้วยความระมัดระวัง ไม่เข็นเร็วจนเกินไป ควรเข็นด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ เพราะหากรถเข็นไปชนกับวัตถุอื่นหรือมีแรงกระแทกแรง ๆ จะทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บและเกิดอันตรายได้ ควรเข็นในทางสำหรับรถเข็นเพื่อความปลอดภัย

· ล็อกล้อเมื่อจอดอยู่กับที่ เพื่อป้องกันไม่ให้รถเข็นไหล โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข็นเองได้ เพราะจะทำให้รถเข็นไหลและเกิดอันตรายได้

รถเข็นเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์หลายอย่าง นอกจากการใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยแล้วยังช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระด้วย ส่วนในการใช้งานควรหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อสุขอนามัยที่ดีในการใช้งาน   

รถเข็นผู้ป่วย
รถเข็นผู้ป่วย วีลแชร์เช็นผู้ป่วย
Categories
Health Care

ถังออกซิเจนราคา

ถังออกซิเจนราคา เท่าไหร่? แพงไหม? มีวิธีการใช้งานอย่างไร?

ถังออกซิเจน คืออุปกรณ์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หายใจไม่สะดวก เหนื่อยหอบ โรคปอดเรื้อรัง ภาวะหัวใจล้มเหลว ฯลฯ เพื่อช่วยทดแทนปริมาณออกซิเจนในร่างกายที่สูญเสียไป เพื่อให้หายใจได้ดีขึ้นหรือกลับมาหายใจได้เป็นปกติอีกครั้ง และยังช่วยในการทำงานของปอดและหัวใจด้วย เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นทางการแพทย์ และยังใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านได้ เพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องและการดูแลคนใกล้ตัวอย่างถูกวิธี เราไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดนี้กันว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไร และ ถังออกซิเจนราคา เท่าไหร่?

อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้ออกซิเจน ประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ละชนิดมีหน้าที่อย่างไร?

· ถังออกซิเจน เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากที่สุด เป็นถังทรงกระบอกสูง มีตั้งแต่ขนาด 0.5 – 6 คิว มีทั้งชนิดที่ผลิตจากเหล็กและอะลูมิเนียม ถังเหล็กจะมีสีเขียว เป็นชนิดที่นิยมใช้ในโรงพยาบาล ส่วนถังอะลูมิเนียมจะเป็นสีของโลหะ ข้อดีคือ ป้องกันการเกิดสนิม แต่ถังออกซิเจนราคาจะสูงกว่าแบบเหล็ก

· หัวเกจ์ เป็นเกจ์แสดงการทำงานที่ใช้ต่อเข้ากับตัวถัง เพื่อทำหน้าที่รับออกซิเจนจากตัวถังส่งต่อไปยังกระบอกให้ความชื้น แล้วส่งออกซิเจนออกไปทางสายให้ออกซิเจน

· กระบอกทำความชื้น เพราะไม่สามารถให้ออกซิเจนโดยตรงกับผู้ป่วยได้ การให้ออกซิเจนจะต้องให้ผ่านน้ำ จึงจำเป็นต้องใช้กระบอกทำความชื้นเพื่อใส่น้ำสะอาดไว้ด้านในในการให้ออกซิเจน

· น้ำสะอาด ควรเลือกใช้น้ำสะอาดที่ปราศจากสารปนเปื้อนต่าง ๆ เช่น Sterile Water หรือน้ำต้มสุก ไม่ควรใช้น้ำประปาเพราะจะทำให้เกิดตะกรันได้

· ประแจ ใช้เพื่อล็อกหัวเกจ์เข้ากับตัวถังให้แน่น เพื่อให้ออกซิเจนไม่รั่วไหลออกมาขณะเปิดใช้งาน

ถังออกซิเจนราคา เท่าไหร่? แพงไหม?

เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างสูง โดยราคาจะปรับขึ้นตามขนาดของตัวถัง และอาจมีปรับขึ้นปรับลงตามราคาตลาด ราคาของถังขนาดเล็ก 0.5 คิว หรือประมาณ 3.3 ลิตร จะอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท การใช้งาน หากให้ออกซิเจนปริมาณ 2 ลิตรต่อนาที ที่ 1,500 psi จะสามารถใช้ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที ถัดไปที่รุ่นใหญ่ ขนาด 6 คิว หรือประมาณ 40 ลิตร ถังออกซิเจนราคาประมาณ 5,000 บาท ให้ออกซิเจนปริมาณ 2 ลิตรต่อนาที ที่ 2,000 psi ได้ประมาณ 45 ชั่วโมงกว่า ๆ

ขั้นตอนการประกอบใช้งานอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

· นำเกจ์วัดแรงดันออกซิเจนต่อเข้ากับตัวถังแล้วหมุนให้แน่น 

· ใช้ประแจขันล็อกอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าออกซิเจนจะไม่รั่วไหลออกมาได้

· เติมน้ำสะอาดลงไปในกระบอกทำความชื้นโดยให้เติมตามขีดที่กำหนดด้านบน ไม่ควรเติมน้ำเกินขีดบน เพราะจะทำให้น้ำเข้าไปในสายออกซิเจนได้ และไม่ควรให้ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าขีดล่าง

· นำกระบอกทำความชื้นต่อเข้ากับหัวเกจ์ แล้วหมุนให้แน่น

· หมุนเปิดตัวถังให้สุด เพื่อให้ออกซิเจนไหลออก แล้วหมุนให้ออกซิเจนในปริมาณที่แพทย์กำหนด แต่ถ้าอยากรู้ว่าออกซิเจนด้านในตัวถังมีปริมาณเท่าไหร่ก็สามารถดูปริมาณออกซิเจนจากมาตรวัดได้เลยว่าเหลือปริมาณเท่าไหร่ 

· ต่อสายออกซิเจนเข้ากับกระบอกทำความชื้น ต่อเข้าไปให้แน่นเพื่อไม่ให้หลุดออกง่าย

· หมุนปรับระดับออกซิเจนในปริมาณที่กำหนด โดยหมุนขึ้นไปให้ลูกบอลด้านในตรงกับตัวเลขที่กำหนด เช่น 3 ลิตร ให้ลูกบอลอยู่ที่เลข 3 

· ตรวจสอบปลายสายออกซิเจนว่ามีออกซิเจนออกหรือไม่ หากออกจะมีลมออกมา หากไม่มีให้ตรวจสอบขั้นตอนการจ่ายออกซิเจนและสายว่ามีการรั่วหรือไม่

· หลังใช้งานแล้วให้หมุนปิดระดับออกซิเจนและปิดหัวถังให้สนิททุกครั้ง

ข้อควรระวังและเรื่องที่ควรรู้ในการใช้งาน

· ไม่เปิดออกซิเจนทิ้งไว้หากไม่ได้ใช้งาน เพราะจะทำให้ออกซิเจนระเหยออกหมด

· ตรวจสอบระดับออกซิเจนในถังก่อนใช้งานทุกครั้ง เพื่อคำนวณเวลาการใช้งานได้ง่ายขึ้น

· เติมน้ำให้อยู่ในปริมาณที่กำหนดก่อนใช้ และไม่ควรปล่อยให้น้ำแห้ง

· ไม่ปรับระดับออกซิเจนเกินขนาดที่กำหนด ควรให้ออกซิเจนในระดับที่แพทย์แนะนำเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

· ควรเปลี่ยนน้ำในกระบอกทำความชื้นทุกวัน เพื่อความสะอาดในการใช้งาน และควรทำความสะอาดกระบอกด้วย

· ระวังไม่ให้สายพับหรือหักขณะให้ออกซิเจน เพราะจะทำให้ออกซิเจนไหลออกไม่ได้

· ตั้งถังบนพื้นเรียบ เพื่อป้องกันถังล้ม เพราะถังสามารถระเบิดได้

ถังออกซิเจนราคาอยู่ที่ประมาณ 2.500 – 5,000 บาท โดยราคานี้จะเป็นราคาตัวถังเพียงอย่างเดียว หากต้องการแบบพร้อมชุดอุปกรณ์ราคาจะสูงขึ้น ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ในแต่ละชุด 

ถังออกซิเจนราคา
ถังออกซิเจน
Categories
Health Care

ไทลินอล

ไทลินอล ยาบรรเทาปวด ลดไข้ พาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม ทานอย่างไรให้ไม่อันตรายต่อร่างกาย?

ไทลินอล เป็นชื่อทางการค้า เป็นยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม มีสรรพคุณบรรเทาปวด ลดไข้ เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ควรมีติดบ้านไว้ โดยปัญหาที่พบได้บ่อยในการทานยาพาราเซตามอลคือ ทานไม่ถูกวิธีหรือทานเกินขนาด หลายคนอาจคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่ความจริงแล้วเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ซึ่งทาง FDA หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานยาพาราเซตามอลเอาไว้แล้ว เพื่อความปลอดภัยในการรับประทาน และเพื่อความมั่นใจในการทานยาของทุกคน เราจึงมีวิธีการทานยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัยมาบอกกัน

วิธีการทานยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม อย่างถูกวิธีและปลอดภัย

ใช้สำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ไทลินอล 500 เป็นยาที่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปสามารถทานได้ ทานครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4 – 6 ชั่วโมง แต่หากเด็กยังมีน้ำหนักไม่ถึง 34 กิโลกรัม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทาน

ทานไม่เกินวันละ 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือทานไม่เกินวันละ 8 เม็ด เพราะหากทานไทลินอล 500 เกินวันละ 8 เม็ด จะทำให้ทานยาเกินขนาดและทำให้เกิดอันตรายได้

ทานทุก 4 – 6 ชั่วโมง การทานแต่ละครั้งควรเว้นช่วงให้ห่างกันทุก ๆ 4 – 6 ชั่วโมง เช่น ทานยามื้อแรก จำนวน 2 เม็ด ตอนเวลา 8.00 น. เม็ดต่อไปควรทานเวลา 12.00 น. และมื้อต่อไปทานเวลา 16.00 น. ห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง แต่ปริมาณการทานยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมงนั้นจะต้องทานไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม เพราะหากทานครั้งละ 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมงติดต่อกัน และในหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง ก็จะทำให้เราทานยาไปจำนวนทั้งหมด 12 เม็ด หรือทานไปมากถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าทานเกินขนาดและเป็นอันตรายต่อร่างกาย

น้ำหนักน้อยกว่า 34 กิโลกรัม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทาน สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 34 กิโลกรัม ที่แม้จะเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 12 ปีแล้ว ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทานไทลินอล เพราะการทานยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยคือการคำนวณจากน้ำหนัก เพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีน้ำหนัก 34 – 50 กิโลกรัม ทานครั้งละ 1 เม็ด, น้ำหนัก 50 – 75 กิโลกรัม ทานครั้งละ 1.5  เม็ด, น้ำหนัก 75 กิโลกรัมขึ้นไป ทานครั้งละ 2 เม็ด

ข้อควรระวังในการใช้ยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม

1.ไม่ทานร่วมกับยาชนิดอื่นที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอลหรือยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) เพราะเป็นยาพาราเซตามอลเหมือนกัน เพียงแต่ใช้ชื่อไม่เหมือนกัน โดยชื่อเต็มของตัวยาคือ “para-acetylaminophenol” ที่ย่อมาจาก พาราเซตามอล หรือ อะเซตามีโนเฟน หากทานยาตัวอื่นที่มีส่วนผสมของตัวยา 2 ชนิดนี้รวมกัน จะทำให้ทานเกินขนาดได้

2.ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 5 วัน เพื่อป้องกันการทานยาเกินขนาดหรือการได้รับยานานจนเกินไป 

3.หากทานแล้วอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ หากทานแล้วใน 1 – 2 วัน พบว่าอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกวิธี

4.หากมีอาการแพ้ ผื่นคัน ควรหยุดทาน ทั้งนี้ยังรวมถึงอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บบริเวณตับ ท้องมีอาการบวม เบื่ออาหาร ฯลฯ

5.หากมีโรคประจำตัวหรือทานยาประจำอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา เพื่อให้แพทย์แนะนำการใช้งานอย่างถูกวิธีและได้รับยาในปริมาณที่เหมาะสม

6.ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง โรคตับ ไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้Tylenol

7.ควรอ่านฉลากยาก่อนใช้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาและป้องกันการหยิบทานผิด

ไทลินอล เป็นยาบรรเทาปวด ลดไข้ที่หลายคนมีติดบ้านหรือพกติดตัวกันไว้อยู่แล้ว แต่มีน้อยคนที่จะทราบว่าหลักการทานยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัมที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ทำให้ทานไม่ถูกวิธีและส่งผลข้างเคียงต่าง ๆ ต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ทานติดต่อกันเป็นเวลาและใช้รักษาโรคที่ไม่ตรงกับสรรพคุณยา เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดีของตัวยา ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมและทานอย่างถูกวิธีจะดีกว่า 

ไทลินอล
ไทลินอลยาบรรเทาปวด