Categories
Uncategorized

เครื่องฟอกอากาศ

สูดลมหายใจให้เต็มปอดด้วย เครื่องฟอกอากาศ ที่ห่วงใยสุขภาพของทุกคน

จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ย่ำแย่ลง ทำให้เกิด เครื่องฟอกอากาศ เพื่อกำจัดทั้งฝุ่น ควัน กลิ่นไม่พึงประสงค์ ไปจนถึงเชื้อโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ดีอย่างนี้เกิดจากวัตถุประสงค์ที่ดีและยิ่งใหญ่อย่างการช่วยชีวิตของนักดับเพลิงที่ต้องฝ่าทั้งเปลวเพลิงและควันพิษที่ลอยอยู่ในอากาศเพื่อช่วยเหลือบุคคลเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีการคิดค้นหมวกกันควันสำหรับนักดับเพลิงโดยเฉพาะ ในเวลาต่อมาที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงกฎหมายที่ควบคุมคุณภาพอากาศในหลาย ๆ ประเทศ ทำให้เครื่องฟอกอากาศกลายเป็นสิ่งจำเป็นอีกหนึ่งชิ้นที่หลายบ้านต้องมี ซึ่งคุณสมบัติที่ดีของนวัตกรรมนี้มีมากมายหลายข้อด้วยกัน ถ้าทำความเข้าใจกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนี้แล้วคุณจะรู้ว่ามีประโยชน์มากกว่าที่เคยคิด

อากาศสะอาดสดชื่นเริ่มต้นที่การเลือก เครื่องฟอกอากาศ ดี ๆ สักเครื่อง

· อย่างที่รู้กันดีว่าการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้ ในท้องตลาดอาจจะเกิดความสับสน เพราะมีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ แต่คุณสมบัติสำคัญที่ผู้ใช้ไม่ควรมองข้ามก่อนเลือกมาใช้ต้องใช้หลักการด้านล่างนี้ เพื่อให้การฟอกอากาศเกิดประสิทธิภาพต่อผู้ที่อยู่ในอาคารได้อย่างสูงสุด

· ขนาดของพื้นที่และขนาดของตัวเครื่องต้องเหมาะสม หากห้องเล็กแต่ขนาดตัวเครื่องใหญ่เกินไปก็จะทำให้ใช้ไฟสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น แต่ถ้าห้องมีขนาดใหญ่แต่ตัวเครื่องเล็กก็จะทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไป และอาจส่งผลให้เสียเร็วกว่าที่ควร 

· ตรวจสอบว่าฟิลเตอร์หรือตัวกรองเป็นประเภทใด เพราะในปัจจุบันมีปัญหาสภาพอากาศทั้งเรื่อง PM 2.5 และเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ฯลฯ ฟิลเตอร์ที่นิยมใช้ในเวลานี้มีทั้งฟิลเตอร์ HEPA ซึ่งเป็นฟิลเตอร์ที่ใช้อยู่ในโรงพยาบาล ห้องแล็บหรือสถานที่ ที่ต้องการอากาศบริสุทธิ์สูง หากเลือกใช้ฟิลเตอร์ประเภทนี้ก็มั่นใจได้ว่าจะมีการกรองทั้งฝุ่น สารพิษ (บางประเภท) แมลงหรือสัตว์ตัวเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือจะเป็นฟิลเตอร์แบบประจุไฟฟ้า ซึ่งสามารถกรองสิ่งแปลกปลอมไปจนถึงกลิ่นสารเคมีได้อย่างดีเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์แผ่นคาร์บอน ที่กรองกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงกลิ่นสารเคมีได้อีกด้วย

· พิจารณาค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรือค่าการกรองอากาศบริสุทธิ์ 100% ต่อนาที หากมีค่านี้สูงก็มีความหมายง่าย ๆ ว่ามีประสิทธิภาพสูงในการกรองอากาศนั่นเอง ซึ่งค่ามาตรฐานนี้จะได้รับการรับรองจาก AHAM (Association of Home Appliance Manufactures)

· ค่า Airflow เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการฟอกอากาศ หากยี่ห้อใดมีค่านี้สูงก็เข้าใจได้ทันทีว่าสามารถฟอกอากาศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงระดับเสียงและอัตราการใช้ไฟร่วมด้วย เพื่อให้ได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพดีรอบด้าน

คุณสมบัติต่าง ๆ ของเครื่องฟอกอากาศที่กล่าวมานี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกคนในช่วงเวลาที่ PM 2.5 เริ่มทวีความรุนแรงในหลายจังหวัด และยังมีวิกฤติโควิด – 19 ระบาดหนักทั่วโลก การใช้นวัตกรรมที่ดีต่อสุขภาพเป็นตัวช่วยที่จะทำให้มั่นใจต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ใช้ควรรู้จักวิธีดูแลรักษาเครื่องเพื่อให้มีตัวช่วยดูแลสุขภาพไปได้อีกนาน

ดูแลสุขภาพเครื่องฟอกอากาศเสมือนดูแลสุขภาพของตัวเอง

การดูแลเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ใดก็แล้วแต่ภายในบ้านเป็นเรื่องดีที่ควรทำอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะยืดอายุการใช้งานแล้ว ยังลดค่าใช้จ่ายได้มากอีกด้วย ดังนั้น มาดูแลสุขภาพของเครื่องฟอกอากาศด้วยวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ แล้วจะรู้ว่าวิธีดูแลของเครื่องก็ไม่ยุ่งยากเหมือนการดูแลสุขภาพนั่นเอง

– หมั่นตรวจเช็คฟิลเตอร์ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้วหรือยัง ตัวเครื่องบางรุ่นหรือบางยี่ห้อที่เป็นรุ่นใหม่มักจะมีระบบแจ้งเตือนให้ทราบ รวมทั้งสามารถดูได้จากแอปพลิเคชันในมือถือที่ติดตั้งไว้ แต่ถ้าบางรุ่นไม่มีเทคโนโลยีดังกล่าวก็อาจจะต้องเปิดเครื่องแล้วเช็คดูด้วยตัวเองว่ามีฝุ่นละอองหรือเศษต่าง ๆ อยู่ในเครื่องมากหรือไม่

– แผงวงจรที่แจ้งเตือนอัตโนมัติก็ควรได้รับการตรวจเช็คด้วยเช่นกัน เพราะระบบเหล่านี้มีความสำคัญต่อการแจ้งเตือนทั้งค่าฝุ่นละออง ค่าความชื้น ไปจนถึงอุณหภูมิภายในพื้นที่ที่จัดวางเครื่องฟอกอากาศ หากการแจ้งเตือนไม่ตรงกับความจริงก็จะทำให้การกรองอากาศคลาดเคลื่อนตามไปด้วย 

คุณสมบัติและวิธีการดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศเป็นสิ่งที่คนรักสุขภาพควรรู้และให้ความใส่ใจ เพราะนอกจากจะทำให้ได้ตัวช่วยดูแลสุขภาพที่ดีแล้ว ยังถือเป็นการดูแลสุขภาพร่างกายของผู้ใช้งานในระยะยาวได้อีกด้วย ซึ่งข้อมูลด้านบนอาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากต้องการรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมควรสอบถามผู้จัดจำหน่ายหรือผู้เชี่ยวชาญ

สูดลมหายใจให้เต็มปอดด้วย เครื่องฟอกอากาศ คุณสมบัติและวิธีการดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศเป็นสิ่งที่คนรักสุขภาพควรรู้และให้ความใส่ใจ

Categories
Uncategorized

หน้ากาก kf94

ประโยชน์ของ หน้ากาก kf94 ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่ยังมีประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีเยี่ยม!

ในช่วงนี้ได้เห็นคนใส่ หน้ากาก kf94 หรือหน้ากากเกาหลีกันมากขึ้น โดยสิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจคือ รูปทรงที่สวยงาม และสวมใส่ง่าย ไม่ทำให้อึดอัด แต่ทราบหรือไม่ว่าหน้ากากเกาหลีที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดนั้นส่วนมากแล้วเป็นหน้ากากที่ไม่ได้คุณภาพ ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจและยังมีประสิทธิภาพการป้องกันต่ำด้วย วันนี้เราจึงมีประโยชน์ดี ๆ ของ KF94 มาบอกกันพร้อมวิธีการเลือกซื้อ

ประโยชน์ของหน้ากาก kf94 ที่บอกว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงนิยมเลือกใช้

· ได้มาตรฐานจากประเทศเกาหลี หน้ากาก kf94 เป็นหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน KOSHA จากประเทศเกาหลีใต้ โดยหน้ากากเกาหลีของแท้ KF หรือ Korea Filter จะต้องมีแบรนด์ระบุเอาไว้บนผลิตภัณฑ์ด้วย ไม่ได้มีเพียงคำว่า KF94 และตัวอักษรภาษาเกาหลีเท่านั้น แต่ต้องมีข้อมูลระบุแหล่งที่มาว่าชื่อแบรนด์อะไร ได้มาตรฐานอะไร ผลิตจากที่ไหน หากเป็นหน้ากากที่ระบุแค่เพียงคำว่า KF94 นั้นจะไม่ใช่หน้ากากที่ได้มาตรฐานจากประเทศเกาหลีใต้ ที่พบได้โดยส่วนมากนั้นจะเป็นหน้ากากที่ผลิตจากประเทศจีนแทน

· ป้องกันเชื้อไวรัส สารคัดหลั่ง และฝุ่นละอองขนาด 3 ไมครอนได้ 100% เป็นหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพสูง จึงทำให้ได้รับความนิยมสูงตามไปด้วย ไม่เพียงแต่ในประเทศเกาหลีใต้ แต่บ้านเราก็นิยมใช้ไม่แพ้กันเลย อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการป้องกันใกล้เคียงกับหน้ากาก N95 ด้วย

· ป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ นอกจากประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อไวรัสได้ดีเยี่ยมแล้ว ประสิทธิภาพการป้องกันฝุ่นก็ทำได้ดีไม่แพ้กันเลย สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาด 3 ไมครอนได้มากถึง 100% ส่วนฝุ่นละอองเล็กอย่าง PM2.5 ก็สามารถป้องกันได้สูงถึง 94%

· ปกปิดได้อย่างมิดชิด เป็นหน้ากากทรง 3D ที่ออกแบบมาให้ครอบปิดได้อย่างมิดชิด ขอบหน้ากากในทุกด้านออกแบบมาให้กระชับกับใบหน้า ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสต่าง ๆ ลอดเข้าไปได้ 

· รูปทรงสวย เป็นทรงที่มีความสวยงามและทันสมัย ใส่แล้วดูสวยงาม ไม่ได้ช่วยในเรื่องการป้องกันได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังแมทช์เข้ากับเสื้อผ้าชุดต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย เป็นทรงที่วัยทำงานนิยมใช้

· สวมใส่สบาย หายใจสะดวก ช่วงกลางหน้ากากในช่วงปากออกแบบมาให้นูนขึ้นและเรียบเป็นแนวยาว ไม่แนบติดกับช่วงปาก ทำให้หายใจได้สะดวกและเหมาะสำหรับการสนทนาภายใต้หน้ากาก ช่วยให้พูดคุยได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกลัวว่าหน้ากากจะเสียทรง

· ไม่เสียรูปทรงง่าย จุดเด่นของหน้ากากเกาหลีของแท้คือ ไม่เสียรูปทรงง่ายแม้ว่าจะสวมใส่มาตลอดวัน หน้ากากกระชับได้รูป ต่างจากหน้ากากที่ไม่ได้มาตรฐานที่จะเสียทรงง่าย เมื่อพูดหรือขยับใบหน้ามาก ๆ หน้ากากจะย่นเป็นรอยและเสียทรง

· ไม่มีกลิ่นสารเคมี หน้ากากของแท้จะปราศจากกลิ่นสารเคมีและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ช่วยให้หายใจสะดวก ไม่เหม็น และดีต่อระบบทางเดินหายใจ ต่างจากหน้ากากที่ไม่ได้มาตรฐานที่จะมีกลิ่นเหม็นของสารเคมี เมื่อสูดดมเข้าไปมาก ๆ จะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

การทิ้งหน้ากาก kf94 อย่างวิธี ทิ้งอย่างไรให้ดีต่อผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม

เมื่อมีการใช้หน้ากากอนามัยกันมากขึ้นก็ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยหน้ากาก kf94 นั้นจัดเป็นขยะประเภทติดเชื้อที่ควรทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค เพราะหากทิ้งไม่ถูกวิธีจะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย อีกทั้งยังส่งผลเสียระบบสิ่งแวดล้อมด้วย โดยมีขั้นตอนการทิ้งง่าย ๆ ดังนี้

· พับก่อนทิ้ง ไม่ควรทิ้งลงไปทั้งแผ่น แต่ควรพับด้านที่สัมผัสเชื้อโรคหรือหน้ากากด้านนอกพับไว้เข้าด้านใน พับทบกันให้มีขนาดเล็กและใช้หูคล้องพันรัดบริเวณหน้ากากให้แน่นเพื่อไม่ให้หน้ากากหลุดออก 

· ระบุบนภาชนะว่าเป็น “ขยะติดเชื้อ” หรือ “หน้ากากอนามัย เพื่อให้พนักงานเก็บขยะทราบ และแยกขยะให้ถูกประเภท รวมถึงการระมัดระวังในการเก็บด้วย

· ไม่ทิ้งรวมกับขยะอื่น ๆ ควรทิ้งแยกจากขยะประเภทอื่น ๆ เพื่อง่ายต่อการทำลาย เพราะขยะแต่ละประเภทมีวิธีการทำลายที่ต่างกัน

· เลือกใช้ภาชนะที่ย่อยสลายง่าย เช่น ถุงกระดาษ ไม่ควรทิ้งใส่ในถุงพลาสติกหรือขวดพลาสติก เพราะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก ไม่สามารถทำลายได้ทันทีแต่ต้องมีการสัมผัสเพื่อนำออกมาก่อน 

จะเห็นว่าหน้ากาก kf94 นั้นไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพสูง สวมใส่ง่าย และเหมาะสำหรับการสวมใส่เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสด้วย

ประโยชน์ของ หน้ากาก kf94 ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม สวมใส่ง่ายเท่านั้น แต่ยังมีประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อไวรัสที่ดีเยี่ยมอีกด้วย!

Categories
Health Care

หน้ากาก n95

การใส่และถอด หน้ากาก n95 อย่างถูกวิธี เช็กให้ดีสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ!

หน้ากาก n95 เป็นหน้ากากอนามัยอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ เพราะมีประสิทธิภาพการป้องกันสูง แต่ปัญหาที่มักเจอในการใช้งานคือการสวมใส่และการถอดอย่างผิดวิธีที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย และทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันลดลงตามไปด้วย เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและประสิทธิภาพที่มากขึ้นเราลองไปดูกันว่าการใส่และถอดหน้ากากอย่างถูกวิธีนั้นควรทำอย่างไร และแบบไหนที่ไม่ควรทำ

การใส่และถอด หน้ากาก n95 อย่างถูกวิธี เช็กให้ชัวร์ คุณใช้งานแบบผิด ๆ อยู่หรือไม่?

การใส่หน้ากาก n95อย่างถูกวิธี:

· ดึงสายให้ยืดหยุ่น ควรดึงสายคล้องทั้งสองเส้นเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นก่อน เพื่อช่วยให้ใส่ง่ายยิ่งขึ้น

· วางหน้ากากบนฝ่ามือ โดยให้ด้านที่มีแถบโลหะอยู่ด้านบน และให้สายคล้องทั้ง 2 เส้นอยู่นอกฝ่ามือ เพื่อง่ายต่อการสวมใส่

· วางหน้ากากครอบปากและจมูก วางให้มีขนาดพอดีกับจมูกและปาก

· ดึงสายเส้นล่างไว้ท้ายทอย จากนั้นให้ดึงสายเส้นล่างข้ามศีรษะลงไปไว้ที่บริเวณท้ายทอย

· ดึงสายเส้นบนไว้กลางศีรษะ และดึงสายเส้นบนข้ามศีรษะไปไว้ที่บริเวณด้านหลังศีรษะ หากสายคล้องบิดให้จัดระเบียบให้ตรง

· กดแถบโลหะให้แนบกับใบหน้า ให้กดหรือบีบแถบโลหะให้ติดกับสันจมูกและแนบกระชับใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคลอดผ่านเข้ามาได้

· Fit check เพื่อความมั่นใจ หลังจากสวมใส่เสร็จแล้ว ให้ Fit check อีกครั้งเพื่อความมั่นใจ โดยให้นำฝ่ามือทั้ง 2 ข้างประกบปิดที่บริเวณหน้ากาก ไม่ต้องกดให้แน่น จากนั้นให้หายใจออกเพื่อเช็กกว่ามีลมลอดออกมานอกหน้ากากหรือไม่ เพราะหากมีลมลอดออกมาได้ก็แปลว่ามีช่องที่เชื้อโรคสามารถลอดผ่านเข้าไปได้เช่นกัน ให้สังเกตบริเวณที่มีลมออก หากเป็นช่วงสันจมูกให้กดแถบโลหะเข้ากับใบหน้าให้กระชับ และขยับหน้ากากให้พอดีกับใบหน้า ทำจนมั่นใจว่าไม่มีลมออกมานอกหน้ากากแล้ว

การถอดหน้ากากอย่างถูกวิธี

· ดึงสายรัดเส้นล่างออกก่อน ให้ดึงสายรัดเส้นล่างไปที่ด้านหลังให้ตึงและยกสายรัดข้ามศีรษะโดยไม่สัมผัสกับใบหน้าแล้วปล่อยออก

· ดึงสายรัดเส้นบนออก ดึงสายรัดเส้นบนข้ามศีรษะ จากนั้นให้จับสายรัดทั้ง 2 เส้นและนำไปทิ้งลงถังขยะติดเชื้อ โดยไม่ให้มือสัมผัสกับบริเวณหน้ากาก

· ล้างมือให้สะอาด จากนั้นล้างมือให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่

การใส่หน้ากาก n95อย่างถูกวิธี และสิ่งที่ไม่ควรทำ

· ใส่หน้ากากกลับด้านหน้ากาก n95ด้านที่มีแถบโลหะจะอยู่ทางด้านบน เวลาสวมใส่ให้นำด้านที่มีโลหะขึ้น ไม่ควรใส่กลับฝั่ง เพราะจะทำให้หน้ากากครอบไม่มิดและทำให้เชื้อโรคเข้าได้

· ใช้สายคล้องศีรษะเพียงเส้นเดียว N95 ในทุกรุ่นจะออกแบบสายคล้องศีรษะมาให้ 2 เส้น ล่าง – บน เพื่อการสวมใส่ที่กระชับและปกปิดได้อย่างมิดชิด หากสวมสายรัดเพียงเส้นเดียวจะทำให้เกิดช่องว่างที่เชื้อโรคจะเข้าไปได้

· ดัดแปลงสายให้เป็นแบบคล้องหู ตามข้อกำหนดในมาตรฐาน NIOSH (National Institute for Occupational Safety and Health) จากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ไม่แนะนำให้สวมใส่แบบคล้องหูเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง จึงไม่ควรนำสายรัดมาตัดแล้วผูกกันเพื่อดัดแปลงให้เป็นแบบคล้องหู ควรใส่อย่างถูกวิธีจะดีกว่า

· ใส่ทับหน้ากากชนิดอื่น ไม่ควรนำไปใส่ทับหน้ากากอนามัยชนิดอื่น หรือนำกระดาษทิชชู หรือผ้ามาสอดไว้ด้านใน เพราะจะทำให้ N95 ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

· ไม่ควรใส่ซ้ำหลายครั้ง แม้จะเป็นหน้ากากที่สามารถใช้ซ้ำได้ 2 – 3 ครั้งแต่ก็ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำบ่อยจนเกินไป

· เปลี่ยนเมื่อหายใจไม่สะดวกหรือหน้ากากเปลี่ยนเป็นสีดำ เมื่อรู้สึกหายใจไม่สะดวก ติดขัด หรือพบว่าหน้ากากเปลี่ยนเป็นสีดำควรรีบเปลี่ยนทันที

· ไม่ควรใช้หน้ากากที่ชำรุด หากหน้ากากเกิดการชำรุดไม่ควรนำมาใช้

· ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เป็นของใช้ส่วนตัวที่ไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่นเพราะจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้

หน้ากาก n95เป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เกสรดอกไม้ สารคัดหลั่งและฝุ่นละอองขนาด 0.1-0.3 ไมครอนอย่าง PM 2.5 หรือเชื้อโควิด 19 ได้มากถึง 95% ตามมาตรฐาน NIOSH จึงควรสวมใส่และถอดอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยต่อตนเอง

หน้ากาก n95 เป็นหน้ากากอนามัยอีกหนึ่งประเภทที่มีประสิทธิภาพการป้องกันสูง การใส่และถอดอย่างถูกวิธีจึงสำคัญมากเช็กให้ดีสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ!

Categories
Uncategorized

เมล็ดกัญชา

เรื่องที่ควรรู้ก่อนปลูกกัญชา เมล็ดกัญชา ที่ดีควรเป็นแบบไหน มีวิธีการปลูกแบบไหนบ้าง?

หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 แล้วทำให้ เมล็ดกัญชา เป็นสินค้าที่ถูกพูดถึงกันมากขึ้น เพราะกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังทำรายได้ได้ดี และมีราคาต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนอยากจะลองปลูกไว้ขายบ้าง แต่ทราบหรือไม่ว่าการปลูกกัญชานั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเป็นพืชที่ต้องการสารอาหารสูงและต้องควบคุมสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศให้เหมาะสมจึงจะเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ วันนี้จึงมีเรื่องที่ควรรู้ก่อนปลูกกัญชามาบอกกันว่าปลูกด้วยวิธีไหนได้บ้าง วิธีไหนให้ผลผลิตที่ดี และเมล็ดที่ดีนั้นควรมีลักษณะเป็นอย่างไร?

ความแตกต่างของการปลูกเมล็ดกัญชาแต่ละแบบ แบบไหนให้ผลผลิตดีและเหมาะกับการปลูกของคุณ?

· การปลูกกลางแจ้ง (Outdoor) เป็นการปลูกเมล็ดกัญชาบนดินเหมือนพืชทั่วไป พบเห็นได้บ่อย เพราะเป็นวิธีการปลูกที่มีต้นทุนต่ำกว่าวิธีอื่น ส่วนในการปลูกนั้นผู้ปลูกควรนำดินไปตรวจสอบสภาพของดินก่อนว่ามีแร่ธาตุและสารอาหารอะไรบ้าง เพื่อหาค่า pH ที่เหมาะสม การปลูกกัญชากลางแจ้งจะให้ผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากการควบคุมสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างทำได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแสงแดด อุณหภูมิ และน้ำ ผู้ปลูกจะต้องคำนวณระยะเวลาให้เหมาะสมเพื่อให้ฝนไม่ตกในช่วงที่ดอกกัญชากำลังออก นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืชต่าง ๆ อีกด้วย

· การปลูกในโรงเรือน (Green House) เป็นการปลูกในโรงเรือนที่ผู้ปลูกสามารถออกแบบโรงเรือนได้เองเพื่อให้เหมาะกับกัญชาแต่ละสายพันธุ์ ข้อดีของการปลูกในโรงเรือนคือได้ผลผลิตมากกว่าการปลูกกลางแจ้งเพราะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ ช่วยป้องกันศัตรูพืชได้ดี แต่การปลูกวิธีนี้จะควบคุมสภาพอากาศได้ค่อนข้างยาก เพราะวัสดุในการทำหลังคาโรงเรือนส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพลาสติก ที่มีคุณสมบัติในการกักเก็บความร้อนสูงทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้ยากเนื่องจากกัญชาเป็นพืชที่ชอบอากาศเย็น นอกจากนี้ต้นทุนในการทำโรงเรือนและค่าใช้จ่ายในการดูแลต่าง ๆ ยังค่อนข้างสูง แถมวัสดุโรงเรือนต่าง ๆ ยังมีอายุการใช้งานที่จำกัดอีกด้วย

· การปลูกในร่ม (Indoor) เป็นการปลูกโดยใช้ระบบปิด สภาพแวดล้อมและสภาพอากาศต่าง ๆ จะถูกจำลองขึ้นทั้งหมดให้เหมือนกับการปลูกแบบธรรมชาติ สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น ชนิดของแสง ความเข้มของแสง แร่ธาตุ และอื่น ๆ ไม่มีปัญหาศัตรูพืชกวนใจ เป็นวิธีที่ให้ผลิตได้ดีและบ่อยกว่าวิธีอื่น แต่ด้วยความที่เป็นระบบจำลองจึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ด้านรวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่มากขึ้นด้วย ทำให้มีต้นทุนที่สูงกว่าวิธีอื่น แต่สามารถเลือกช่วงเวลาการออกดอกได้

ก่อนปลูกกัญชาควรรู้เกี่ยวกับอะไรบ้าง เมล็ดกัญชาที่ดีควรเป็นแบบไหน?

· กัญชามีหลายสายพันธุ์ ต้นกัญชาที่เราเห็นกันนั้นไม่ได้มีแค่สายพันธุ์แต่มีเมล็ดกัญชาหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์จะมีลักษณะที่ต่างกัน เช่น สายพันธุ์ที่มีใบเยอะ สายพันธุ์มีดอกเยอะ เพื่อเลือกปลูกได้ตรงกับความต้องการ

· ต้องมีการยื่นขออนุญาตก่อนปลูก ตามกฎหมายแล้วผู้ที่จะปลูกกัญชาได้นั้นจะต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ก่อนเพื่อการควบคุมคุณภาพและปริมาณกัญชาของรัฐ โดยจะต้องก่อตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและทำสัญญาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อป้องกันการนำไปใช้อย่างผิดวิธี

· เมล็ดที่ดีจะจมน้ำ หากเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์จะจมน้ำเมื่อนำไปแช่น้ำ 

· เมล็ดเพศเมียจะมีอัตราการงอกสูงกว่า จึงควรตรวจสอบให้ดีว่าเมล็ดนั้นเป็นตัวผู้หรือตัวเมียเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น

การเพาะเมล็ดกัญชานั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเพาะในทิชชู โดยนำเมล็ดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำมาวางบนทิชชูที่พรมน้ำจนเปียก จากนั้นปิดกล่องและเก็บไว้ในที่ทึบแสงประมาณ 2 วันรากก็จะเริ่มงอก ส่วนการปลูกก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน สามารถปลูกได้ทั้งในดิน ในน้ำ และการปลูกแบบรากลอย โดยแต่ละวิธีจะมีการดูแลที่ต่างกัน หากใครสนใจก็สามารถศึกษาวิธีการปลูกเพิ่มเติมได้ เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการทางการแพทย์

เรื่องที่ควรรู้ก่อนปลูกกัญชา เมล็ดกัญชา ที่ดีควรเป็นแบบไหน ความแตกต่างของการปลูกเมล็ดกัญชาแต่ละแบบ แบบไหนให้ผลผลิตดีและเหมาะกับการปลูกของคุณ?

Categories
Uncategorized

หน้ากากอนามัย

รู้จัก หน้ากากอนามัย แบบต่าง ๆ ก่อนใช้ แบบไหนที่เหมาะสำหรับการป้องกันเชื้อไวรัส

หน้ากากอนามัย ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอยู่เสมอในยุคนี้ หลังจากที่เชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ระบาดมาเป็นเวลานานและยังคงมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่ออกมาอยู่เสมอ การเลือกซื้อหน้ากากป้องกันจึงไม่ใช่หน้ากากอะไรก็ได้ แต่ควรเป็นหน้ากากที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าอย่างนั้นเราลองไปเช็กกันหน่อยดีกว่าว่าหน้ากากที่เราใช้กันอยู่นั้นสามารถป้องกันได้แค่ไหน และควรเลือกใช้แบบไหนให้รับมือกับโควิด 19 ได้

ประเภทของหน้ากากอนามัยและความต่าง แบบไหนรับมือกับเชื้อไวรัสได้?

· แบบทางการแพทย์ เป็นหน้ากากอนามัยที่ออกแบบมาเพื่อใช้ทางการแพทย์ มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสจากคนสู่คนได้มากถึง 99% เป็นหน้ากากที่ได้รับความนิยมในขณะนี้เพราะช่วยป้องกันเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

· แบบคาร์บอน มีประสิทธิภาพการป้องกันที่คล้ายกับแบบทางการแพทย์ แต่มีความพิเศษตรงที่มีชั้น Carbon เพิ่มเข้ามา มีเส้นใยสังเคราะห์ 4 ชั้น ทำให้หนากว่าแบบทางการแพทย์ สามารถป้องกันเชื้อไวรัส ฝุ่นละอองขนาด 3 ไมครอน เกสรดอกไม้ แบคทีเรีย และสารคัดหลั่งจากผู้อื่นได้ 95% 

· แบบ N95เป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพการป้องกันสูง สามารถป้องกันเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 และ PM10 หรือเกสรดอกได้มากถึง 95% เป็นหน้ากากแบบครอบใบหน้า สามารถปิดช่วงจมูกถึงใต้คางได้เป็นอย่างดี ช่วยป้องกันไวรัสลอดเข้าไปได้ดี

· แบบ FFP1 ช่วยป้องกันแบคทีเรีย ฝุ่นละออง เชื้อไวรัส และสารคัดหลั่งจากผู้อื่นได้ 94% นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วย 

· แบบ KF94 หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของหน้ากากเกาหลี เป็นหน้ากากทรง 3D ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ ผลิตจากประเทศเกาหลีใต้ตามมาตรฐาน KOSHA สามารถป้องกันเชื้อไวรัสและฝุ่นละอองขนาด 3 ไมครอนได้ 100%

· แบบผ้า เป็นหน้ากากที่ผลิตจากผ้าชนิดต่าง ๆ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้ามัสลิน สามารถป้องกันฝุ่นละอองหรือสารคัดหลั่งต่าง ๆ ได้ แต่ป้องกันเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสได้ค่อนข้างน้อย

· แบบฟองน้ำ สามารถป้องกันฝุ่นละอองและเกสรดอกได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถใช้ป้องกันเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียได้ 

การใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี เช็กให้ชัวร์ก่อนใส่ เพื่อการป้องกันที่เหนือกว่า

· ใส่หน้ากากให้พอดีกับใบหน้า ควรเลือกหน้ากากอนามัยที่สวมใส่แล้วมีขนาดพอดีกับใบหน้า ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป หลังจากใส่แล้วให้จัดหน้ากากให้ครอบปิดปากและจมูกในทุก ๆ ฝั่ง หากใส่แบบจีบควรดึงหน้ากากลงให้ปิดคางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน โดยหน้ากากที่ดีนั้นควรป้องกันได้อย่างมิดชิดตั้งแต่ช่วงจมูกลงมาถึงใต้คาง

· ใส่หน้ากากให้ถูกฝั่ง สำหรับหน้ากากแบบการแพทย์หรือแบบคาร์บอนที่ด้านหน้าและด้านหลังมีลักษณะที่ค่อนข้างคล้ายกัน จึงควรสวมใส่ให้ถูกฝั่ง โดยมีวิธีการสังเกตง่าย ๆ คือ ให้นำด้านสีเข้มออกทางด้านนอก หรือให้นำด้านที่มีจีบจับลงล่างออกด้านล่าง เพราะจีบหน้ากากด้านที่พับลงจะช่วยป้องกันสารคัดหลั่งและการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดี

· ไม่นำหน้ากากลดไว้ใต้คางหรือเหนือศีรษะ จุดประสงค์หลักในการสวมหน้ากากคือ ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางจมูกและปาก หากนำหน้ากากลดไว้ใต้คางหรือคาดไว้เหนือศีรษะจะมีโอกาสสูงที่หน้ากากด้านในซึ่งเป็นด้านที่อยู่ติดกับปากและจมูกจะไปสัมผัสเชื้อโรคและเชื้อไวรัสจากบริเวณภายนอกหน้ากากอย่างใต้คางหรือศีรษะ เมื่อนำกลับมาใส่ใหม่และมีการดูดดมเข้าไปจะทำให้มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย หากต้องการถอดหน้ากากควรปลดสายออกและพับเก็บใส่ซองเอาไว้ก่อนจะดีกว่า

· ไม่สัมผัสหน้ากากบ่อย ๆ ไม่ควรนำมือไปจับหน้ากากบ่อย ๆ เพราะมืออาจเป็นพาหะนำโรคจากการหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ได้ จึงควรจับหน้ากากเมื่อจำเป็น และหลังจากจับหน้ากากแล้วควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ล้างมือ

การสวมใส่หน้ากากอนามัยยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องทำกันอยู่ตลอดเวลา และดูเหมือนว่าจะไม่หายไปจากชีวิตประจำวันง่าย ๆ หากยังมีไวรัสสายพันธุ์ต่าง ๆ ระบาดอยู่แบบนี้ การป้องกันตัวเองที่ดีคือการสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมีการรวมตัวกันมากกว่า 1 คน เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร และเลือกหน้ากากที่มีคุณภาพดี มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพการป้องกันที่สูง

รู้จัก หน้ากากอนามัย แบบต่าง ๆ ก่อนใช้ หน้ากากแบบไหนที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันจาก pm2.5 หรือ เชื้อไวรัส โควิด 19

Categories
Health Care

ที่นอนยางพารา

ประโยชน์เน้น ๆ ของ ที่นอนยางพารา ที่รู้แล้วคุณต้องอยากได้ในทันที 

แม้ที่นอนจะมีให้เราเลือกใช้อยู่หลายแบบด้วยกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ที่นอนยางพารา เป็นอะไรที่ตรงใจกับใครหลายคนมากที่สุด หลายคนอาจจะเคยนอนที่นอนมาครบทุกแบบแล้ว แต่ก็มาหยุดลงตรงที่นอนที่ทำจากยางพารา เพราะรู้สึกว่าให้ความสบายได้ดีที่สุด ส่วนใครที่ยังไม่เคยใช้ที่นอนที่ทำจากยางพาราเลย คิดว่าจะเปลี่ยนที่นอนใหม่และกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกที่นอนที่ทำจากยางพาราดีหรือไม่ เชื่อว่าหากได้อ่านบทความนี้แล้วจะทำให้คุณตัดสินใจเลือกที่นอนแบบนี้อย่างไม่ลังเลเลย

ที่นอนยางพารากับจุดเด่นที่คุณอาจยังไม่รู้

ที่นอนแต่ละแบบนั้นก็ย่อมจะมีจุดเด่นข้อดีของตนเองแตกต่างกันไป แต่ความน่าสนใจของที่นอนยางพาราก็ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นรองที่นอนแบบอื่น ๆ เลยสักนิด และประโยชน์ของที่นอนแบบนี้ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างไม่ต้องคิดนานก็คือ

· นอนแล้วไม่ปวดหลัง: เนื่องจากคุณสมบัติของยางพารานั้นมีความนุ่มและเหนียว ทำให้ที่นอนที่ใช้ยางพาราเป็นวัสดุนั้นมีความยืดหยุ่นสูง สามารถส่งแรงต้านต่อน้ำหนักที่กดทับลงมาได้เป็นอย่างดี ทำให้เมื่อเราทิ้งตัวลงนอนแล้วที่นอนจะส่งแรงต้านรองรับสรีระของเราได้อย่างนุ่มนวล ช่วยให้เวลานอนแล้วเราจะไม่รู้สึกปวดเมื่อยหลัง อีกทั้งยังทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างเป็นปกติเวลาที่เรานอนด้วย

· ไร้เสียงรบกวน: ใครเคยใช้ที่นอนแบบสปริงจะรู้เลยว่าเมื่อใช้ไปนาน ๆ สปริงเสื่อมสภาพแล้วก็จะส่งเสียงดังเวลานอนพลิกตัว แต่ที่นอนที่ใช้วัสดุเป็นยางพาราจะไม่มีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนเลยทำให้นอนหลับได้สนิทแบบไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเสียง

· ลดไรฝุ่นและแบคทีเรีย: ที่นอนที่เป็นวัสดุสังเคราะห์มักจะมีปัญหาเรื่องไรฝุ่น และมีการสะสมของแบคทีเรียได้ง่าย แต่ที่นอนที่ทำจากยางพาราจะไร้ปัญหาในเรื่องนี้ เนื่องจากผิววัสดุของยางพารานั้นจะไม่เก็บฝุ่นจึงลดเรื่องแบคทีเรียได้ ทำให้ผู้ใช้งานไม่เกิดปัญหาภูมิแพ้ 

· ระบายอากาศได้ดี: ที่นอนที่ทำจากยางพารา มักจะมีรูเล็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งรูเล็กเหล่านี้ส่งผลช่วยให้เกิดการระบายอากาศได้ดี ทำให้ที่นอนไม่เกิดการอับชื้นและไม่สะสมความร้อน

· ทนทานคงสภาพได้ดี: เนื่องจากใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ จึงทำให้ที่นอนแบบนี้มีความทนทาน คงสภาพและคืนตัวจากแรงกดทับได้เป็นอย่างดี

ที่นอนยางพาราเลือกอย่างไรไม่มีพลาด

เมื่อรู้ประโยชน์และจุดเด่นที่น่าสนใจของที่นอนที่ทำจากยางพาราแบบนี้แล้ว หลายคนอาจจะสนใจขึ้นมาทันที ทีนี้เวลาจะซื้อ ก็ยังเกรงว่าจะเลือกไม่ถูก จึงมีคำแนะนำในการเลือกซื้อที่นอนแบบนี้มาฝาก

1.ตั้งฉากแล้วต้องยวบ

กรณีที่คุณสามารถไปเลือกที่นอนที่ร้านได้เอง ก็ลองสังเกตดูว่าที่นอนนั้นพอจับตั้งฉากแล้วมีอาการยวบหย่อนบ้างหรือไม่ หากเป็นที่นอนที่ทำจากยางพาราแท้และมีคุณภาพ ที่นอนจะต้องมีอาการยวบให้เห็น เป็นลักษณะธรรมชาติของที่นอนแบบนี้ แต่ถ้าที่นอนตั้งได้ไม่โค่นไม่ยวบ ก็ให้สันนิษฐานไว้เลยว่านั่นอาจไม่ใช่ที่นอนยางพาราแท้

2.นุ่มมือเมื่อได้สัมผัส

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของที่นอนที่ทำจากยางพาราก็คือความนุ่ม เมื่อได้ลองสัมผัสจะรู้สึกได้เลยว่านุ่มมือมาก ถ้าหากสัมผัสแล้วมีความกระด้างนั่นหมายความว่าอาจไม่ใช่ที่นอนยางพาราแท้ หรืออาจเป็นที่นอนยางพาราที่คุณภาพต่ำ

3.กลิ่นยางที่ยังชัดเจน

เป็นที่นอนที่ทำจากยางพาราก็ควรจะต้องมีกลิ่นของยางพาราที่ชัดเจน หากลองดมใกล้ ๆ แล้วไม่เหลือกลิ่นยางเลย ก็อาจหมายถึงเป็นที่นอนแบบยางผสม

4.ผิวที่มีรูพรุน

ที่นอนที่ทำจากยางพาราแท้จะมีรูพรุนจำนวนมากเสมอ ทั้งด้านบนและด้านล่าง เพราะที่นอนแบบนี้จะต้องผ่านกระบวนการอบร้อนทำให้ยางสุกแบบไม่สม่ำเสมอจึงเกิดรูเหล่านี้ขึ้น หากที่นอนไม่มีรูทั่วทั้งผืนก็หมายถึงเป็นที่นอนยางผสม 

ทั้งหมดนี้คือประโยชน์และความน่าสนใจของที่นอนยางพารา คุณจะเห็นว่าเป็นที่นอนที่ให้ประโยชน์กับเราหลายอย่าง และในด้านราคาแล้วที่นอนแบบนี้ก็ราคาไม่สูงมากด้วย หากคิดจะเปลี่ยนที่นอนใหม่เร็ว ๆ นี้ลองเก็บที่นอนแบบนี้ไว้เป็นตัวเลือกได้เลย หรือจะตัดสินใจซื้อเลยก็รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ที่นอนในฝันของหลายๆคน เลือก ที่นอนยางพารา อย่างไรให้นอนสบาย ไม่มีพลาด และประโยชน์เน้นๆของที่นอนยางพาราที่รู้แล้วคุณต้องอยากได้ในทันที

 

Categories
Health Care

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ของปลอมส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ทำไมถึงไม่ควรใช้?

แม้ในช่วงนี้ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Medical Mask หรือ Surgical Mask) จะหาซื้อได้ง่ายขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีหน้ากากอนามัยที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือของปลอมวางจำหน่ายให้เห็นกันอยู่มาก ทำให้หลายคนอาจเกิดความสับสนและซื้อหน้ากากที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้กันได้ เพื่อการป้องกันเชื้อไวรัสอย่างได้ผลเราจึงมีวิธีการสังเกตหน้ากากของแท้กับของปลอมมาบอกกัน พร้อมทั้งวิธีการเลือกซื้อให้ได้ของที่มีคุณภาพ

การสังเกตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ของแท้ ต่างจากของปลอมอย่างไร?

· ปราศจากกลิ่นสารเคมี เริ่มสังเกตได้ง่าย ๆ จากการดม โดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ของแท้จะปราศจากกลิ่นสารเคมีและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ แต่หากใส่แล้วมีกลิ่นสารเคมีอาจหมายถึงหน้ากากของปลอมได้

· ไม่เป็นฝุ่นละออง จากนั้นให้ลองสะบัดหรือใช้มือถูหน้ากากดูว่ามีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายออกมาจากหน้ากากหรือไม่ โดยของแท้จะต้องไม่มีฝุ่นละอองฟุ้งออกมา เพราะหากมีฝุ่นฟุ้งกระจายออกมาจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้

· กันน้ำได้ กางหน้ากากออก แล้วนำน้ำเทลงบนหน้ากาก หากเป็นของแท้น้ำจะไม่สามารถไหลผ่านหน้ากากได้ เพื่อเป็นการป้องกันละอองฝอยและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ไหลซึมเข้าสู่หน้ากาก แต่ของปลอมน้ำจะสามารถไหลผ่านได้

· มีแผ่นกรองด้านใน เพื่อความมั่นใจอีกขั้นควรใช้กรรไกรหน้ากากเพื่อดูด้านในว่ามีแผ่นกรองเชื้อโรคหรือไม่ โดยลักษณะของแผ่นกรองจะเป็นแผ่นสีขาว ค่อนข้างหนา ส่วนของปลอมจะมีลักษณะสีขาว ไม่หนา และบาง ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ของพอลิโพรพีลีน (Polypropylene) หรือเรียกว่าผ้าสปันบอนด์ เป็นไมโครพลาสติกชนิดหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากมีผิวที่ยุ่ยและก่อให้เกิดฝุ่นละอองได้ง่าย หากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ การใส่หน้ากากของปลอมจึงไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อโรคที่ต่ำลงเพียงอย่างเดียวแต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย

· มองทะลุผ่านไม่ได้ หน้ากากของแท้จะไม่สามารถมองทะลุผ่านได้ ไม่บางและไม่หนาจนเกินไป แต่ของปลอมจะมองทะลุผ่านได้ เนื่องจากวัสดุด้านในที่บางและไม่ได้มาตรฐานนั่นเอง

· ไม่มีส่วนใดชำรุด หน้ากากที่ผ่านมาตรฐานจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีส่วนใดชำรุด ขาด หรือเสียหาย เช่น สายคล้องหูดึงแล้วหลุดง่าย ไม่มีแถบโลหะหรือแถบโลหะไม่อยู่กึ่งกลางจมูก

วิธีการเลือกซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ควรดูที่อะไรบ้าง?

· เลือกซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ร้านขายยา ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งจำหน่ายที่มีใบอนุญาตและน่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจว่าหน้ากากที่ได้จะเป็นของแท้ มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน

· บรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ที่เปิดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยแกะ ซีลปิดกล่องไม่ถูกแกะ กล่องจะต้องไม่มีส่วนใดที่ชำรุดหรือขาด

· ระบุแหล่งที่มา ตัวหนังสือชัดเจน บนบรรจุภัณฑ์ควรมีข้อมูลต่าง ๆ ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน เช่น ชื่อแบรนด์ ประเภทสินค้า จำนวนสินค้า วันหมดอายุ แหล่งผลิตและจำหน่าย สี ฯลฯ 

· สังเกตมีวันที่ผลิตและวันหมดอายุก่อนซื้อ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าหน้ากากอนามัยนั้นก็มีวันหมดอายุด้วยเช่นกัน โดยอายุการใช้งานทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หากใช้หน้ากากที่หมดอายุแล้วจะทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคลดลง และหากใครที่อยากซื้อมาตุนไว้ใช้ยาว ๆ ก็อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุให้ดี เพื่อให้ใช้ได้ทัน

· มีอย. และสามารถตรวจสอบได้ หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานจะต้องมีเครื่องหมาย อย. ระบุบนบรรจุภัณฑ์ด้วย เพราะหน้ากากอนามัยจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่งที่ต้องผ่านมาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด ผู้ผลิตทุกรายจึงต้องทำการตรวจสอบคุณภาพและขอขึ้นทะเบียน อย. ก่อนวางจำหน่าย หากไม่มีเครื่องหมาย อย. ไม่ควรใช้ เพราะนั่นอาจหมายความว่าหน้ากากชนิดนั้นไม่ได้มาตรฐานนั่นเอง

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เป็นอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และสารคัดหลั่งจากคนสู่คนได้มากถึง 99% การเลือกใช้หน้ากากอนามัยของแท้จึงมีประสิทธิภาพการป้องกันมากกว่าของปลอม และไม่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและร่างกายหากใช้ในระยะยาว หากใครที่ไม่มั่นใจว่าหน้ากากที่ใช้อยู่ได้มาตรฐานหรือไม่ก็สามารถตรวจสอบตามวิธีที่เรานำมาฝากกันได้ หรือใช้ร่วมกับ หน้ากากแบบเฟซชีลด์ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ของปลอมที่จะส่งผลต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว 

หน้ากากอนามัย ของปลอมวางจำหน่ายอยู่มาก ทำให้หลายคนอาจเกิดความสับสน มารู้วิธีการสังเกต หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ของแท้ ต่างจากของปลอมอย่างไร?

Categories
Uncategorized

ชามาลี

ชามาลีเครื่องดื่มผสมสมุนไพรไทย 10 ชนิด ตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ทางเลือกเพื่อสุขภาพ

ชามาลี ชา Mali คือเครื่องดื่มสมุนไพรไทยออร์แกนิคแบรนด์ดังที่กำลังมาแรงในขณะนี้ มีส่วนผสมจากสมุนไพรไทยมากถึง 10 ชนิด มีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ช่วยปรับสมดุลร่างกายควบคุมความหิวมีส่วนทำให้น้ำหนักลดลง ช่วยลดน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวาน แก้ท้องผูกเรื้อรังและขับลมในกระเพาะ ช่วยบำรุงตับ หัวใจ บำรุงสมองและประสาท นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนได้อีกด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีส่วนผสมของสมุนไพรมากถึง 10 ชนิด จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นชาออร์แกนิคที่มีสรรพคุณทางตัวยาตามชนิดของสมุนไพรดังนี้

ชามาลีกับส่วนผสมสมุนไพรไทย 10 ชนิด อุดมไปสรรพคุณทางตัวยา

1. มะขามป้อม จัดเป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระวิตามินซีสูงมีสรรพคุณหลายด้าน เช่น ช่วยบรรเทาอาการไอทำให้ชุ่มคอ ช่วยให้ผิวหน้าขาวสดใสรักษาฝ้าและชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยบำรุงประสาทและสมอง นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงโลหิตได้เป็นอย่างดี

2. ฝักมะขามแขก มะขามแขกมีสรรพคุณที่โดดเด่นในเรื่องของการช่วยขับถ่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านท้องผูกอยู่บ่อย ๆ 

3. ส้มป่อย เป็นสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุในร่างกายช่วยทำให้เจริญอาหาร เป็นยาช่วยลดไขมันลดความอ้วนหรือลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ถือเป็นส่วนผสมที่สำคัญของชามาลีเนื่องจากเป็นชาที่เน้นเรื่องของการลดน้ำหนัก 

4. พริกไทยดำ จัดเป็นทั้งเครื่องเทศและสมุนไพร มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ ช่วยป้องกันต่อต้านสารก่อมะเร็ง กระตุ้นประสาท แก้ลมชัก นอกจากนี้ยังช่วยเร่งระบบการทำงานของตับเพื่อให้ทำลายสารพิษได้ดีมากขึ้น

5. หญ้าหวาน หญ้าหวานสามารถใช้ทดแทนความหวานจากน้ำตาลได้ มีสรรพคุณช่วยในการรักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ช่วยลดไขมันในเลือดสูง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และโรคอ้วน

6. พุทธาจีน จัดเป็นสมุนไพรอายุวัฒนะของชาวจีน ผลของพุทราจีนช่วยเพิ่มพลังงานและให้ความรู้สึกสดชื่น ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณ 

7. ส้มแขก ส้มแขกนิยมนำมาปรุงอาหารแทนการใช้มะขามเปียกเนื่องจากมีรสเปรี้ยว และมีสรรพคุณทางยา เช่น ช่วยบรรเทาอาการไอช่วยขับเสมหะ ช่วยฟอกโลหิต และสรรพคุณที่สำคัญเป็นตัวช่วยลดความอยากอาหารความรู้สึกหิวอาหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติชามาลี

8. ดอกคำฝอย มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน บำรุงประสาทช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับสมอง แก้หวัดน้ำมูกไหล และช่วยลดระดับน้ำตาลใน 

9. มะตูม นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มได้หลายชนิด เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ร้อนในและช่วยแก้กระหายเพิ่มความสดชื่นแก่ร่างกาย ช่วยแก้โรคบิดและช่วยฆ่าเชื้อโรคในลำไส้เป็นยาระบายอ่อน ๆ

10. กระเจี๊ยบ สมุนไพรสารพัดประโยชน์ จุดเด่นคือช่วยดับความกระหายทำให้ร่างกายสดชื่น ป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำในร่างกายได้เป็นอย่างดี 

ชามาลี เครื่องดื่มสมุนไพรลดน้ำหนักชั้นดี ดื่มง่ายชงไม่ยาก

ใครที่ต้องการควบคุมน้ำหนักแต่ไม่อยากเสี่ยงกับการกินยาลดความอ้วน ชามาลีเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่เน้นเรื่องการควบคุมน้ำหนักลดอาการหิว ถือเป็นตัวช่วยในการควบคุมอาหารและลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำหรับการต้มชามีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

· ผลิตภัณฑ์ชา 1 กล่อง ประกอบไปด้วยสมุนไพร 10 ชนิดรวมกัน ปริมาณอยู่ที่ 150 กรัม ดังนั้นปริมาณน้ำที่ใช้ต้มจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 ลิตร/ 1 กล่อง

· สมุนไพรที่อยู่ในกล่องจะถูกบรรจุอยู่ในถุงผ้าขาวสะอาดเพื่อใช้ในการต้ม ฉะนั้นก่อนต้มควรมัดปากถุงให้แน่นเพื่อป้องกันสมุนไพรลอยออกมาจากถุง

· นำถุงสมุนไพรวางถุงไปในหม้อขนาดกลาง แล้วเทน้ำเปล่า 3-4 ลิตรลงไปในหม้อ ระดับไฟที่ใช้ในการต้มอยู่ในระดับกลาง ส่วนระยะเวลาที่ต้นอยู่ที่ประมาณ 30 นาที

· เมื่อต้มเสร็จเรียบร้อยแล้วพักไว้ให้เย็น จากนั้นบรรจุใส่ขวดเพื่อน้ำไปแช่ในตู้เย็น โดยสามารถแช่ไว้ดื่มได้หลายวัน ซึ่งชามาลีดื่มได้ทั้งแบบเย็นและแบบอุ่น ๆ 

สำหรับใครที่กำลังมองตัวช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสมุนไพร ชามาลีเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบรนด์ดังที่กำลังมาแรง ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ขับของเสียและช่วยควบคุมเรื่องน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพ

ชามาลี

Categories
Health Care

วิตามินซี

ทำไมทาน วิตามินซี แล้วไม่เห็นผลสักที? เช็กให้ชัด! คุณกำลังทานวิตามินซีแบบผิด ๆ อยู่หรือเปล่า?

วิตามินซี  Vitamin C เป็นอาหารเสริมใกล้ตัวที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายตามร้านขาย ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และเว็บชอปปิ้งออนไลน์ หาซื้อได้ง่าย ทำให้หลายคนนิยมซื้อมาทานเพื่อสุขภาพและความงามกัน แต่ทราบหรือไม่ว่าการทานวิตามิน C ที่ถูกต้องนั้นควรทำอย่างไร ปริมาณเท่าไหร่ และควรทานตอนไหนดี? สำหรับใครที่กำลังทานอยู่แต่ไม่มั่นใจว่าทานถูกวิธีหรือไม่ เราลองไปเช็กให้ชัวร์กันเลย

ประเภทของวิตามินซี 

· แบบผง เป็นวิตามินซีแบบผงชงดื่มที่เหมาะสำหรับคนทานยายาก หรือไม่ชอบทานยาแบบเม็ด มีกลิ่นหอม ละลายน้ำง่าย ดื่มง่าย ชงดื่มกับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก็ได้ แต่สำหรับใครที่เลือกวิตามินประเภทนี้ควรเลือกชนิดที่ปราศจากน้ำตาล โดยเฉพาะผู้ป่วยในโรคเบาหวาน

· แบบเม็ด บรรจุมาเป็นเม็ดคล้ายกับตัวยาทั่วไป แต่ลักษณะเม็ดจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้กลืนยาก ไม่เหมาะกับผู้ที่ทานยาเม็ดยาก

· แบบแคปซูล บรรจุมาเป็นแคปซูลเพื่อให้ทานได้ง่ายขึ้น กลืนง่าย มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ แตกตัวง่าย แต่จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง

· แบบเคี้ยว เป็นชนิดที่ออกแบบมาสำหรับเด็กหรือคนที่ทานยายาก มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย เคี้ยวทานง่าย มีลักษณะคล้ายกับเจลลี 

การทานวิตามินซีอย่างถูกวิธี ทานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย?

· ทานปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย การทานวิตามินซีประกอบไปด้วย 3 ประโยชน์หลัก ๆ ได้แก่ การทานเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ควรทานปริมาณ 500 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน, ทานเพื่อบำรุงผิวพรรณ ควรทานปริมาณ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน, และการทานเพื่อบรรเทาอาการหวัด ควรทานปริมาณ 2,000 – 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน 

· ไม่ทานเกินขนาดที่กำหนด สำหรับเด็กที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป ร่างกายจะต้องการปริมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้ใหญ่จะต้องการปริมาณ 100 มิลลิกรัม โดยเฉลี่ยแล้วในผู้ใหญ่จะต้องทานวิตามิน C ปริมาณไม่เกิน 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากทานเกิน 3,000 มิลลิกรัมต่อวันจะเป็นการทานยาเกินขนาด ทำให้เกิดการตกค้างในร่างกาย ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กมากเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง อาทิ คลื่นไส้ อาเจียน และหากทานต่อเนื่องในระยะเวลาที่นานเกินไปจะทำให้สิ่งตกค้างเกิดเป็นตะกอนสะสมและทำให้เกิดเป็นนิ่วในไตได้

· ควรแบ่งทานเป็น 2 มื้ออาหาร โดยปกติแล้ววิตามิน C จะใช้เวลาการดูดซึมและอยู่ในร่างกายได้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง การแบ่งทานเป็น 2 มื้ออาหารจึงช่วยให้ดูดซึมได้ดีกว่าและช่วยการตกค้างในร่างได้ด้วย เช่น ต้องทานปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ก็แบ่งเป็นทาน 2 มื้ออาหารด้วยการเลือกทานขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังมื้ออาหาร ก็จะช่วยให้ได้รับในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน

· ไม่ควรทานตอนท้องว่าง วิตามิน C ที่เราทานกันนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Natural Vitamin C จากธรรมชาติที่ได้จากผักและผลไม้ และ Synthetic Vitamin C เป็นวิตามินสังเคราะห์ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป หรืออาหารเสริมที่เราทานกันนั่นเอง เป็นวิตามินที่มาจากกระบวนการทางเคมีในรูปแบบของ Ascorbic acid ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อทดแทน Natural Vitamin C ที่ได้จากธรรมชาติ มีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้หากทานตอนที่ท้องว่าง จึงควรรับประทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหาร หรือหากใครที่มีอาการแผลในกระเพาะอาหารควรเลือกชนิดที่ระบุว่า Buffered เพราะจะช่วยลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ดีกว่า

· ทานวิตามิน C ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ควรเลือกชนิดที่ได้มาตรฐานและมีการขึ้นทะเบียนยาอย่างถูกต้อง เพราะหากมีขนาดเกิน 60 มิลลิกรัมจะถูกบรรจุเป็นยา ควรเลือกชนิดที่มีแหล่งที่มาชัดเจน สถานที่ผลิต ปริมาณยา ขนาดที่บรรจุ วันผลิตและวันหมดอายุ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ได้ป้องกันแสงแดด 100% หรือเป็นบรรจุภัณฑ์ทึบแสงที่ใช้ในการบรรจุยาหรือเวชภัณฑ์ เพราะหากบรรจุในภัณฑ์ที่ไม่ทึบแสงจะทำให้เกิดความร้อนและส่งผลให้เกิดความชื้น ทำให้วิตามินเสื่อมสภาพลงจนเหลือแต่แป้ง และมีประสิทธิภาพที่ลดลง นอกจากนี้ยังควรเลือกชนิดที่มีสาร Bioflavonoids ที่มีคุณสมบัติช่วยในการดูดซึมของร่างกายด้วย

การเลือกวิตามินซีสำคัญกว่าที่คิด ใช่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ได้ หรือทานแบบไหนก็ได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี

วิตามินซี vitamin C

Categories
Uncategorized

เครื่องวัดความดัน

เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์จำเป็นในยุคนี้ที่ควรมีประจำบ้าน

ไม่น่าเชื่อเลยว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่าง เครื่องวัดความดัน จะกลายมาเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต้องมีประจำบ้านในแต่ละบ้านไปแล้วในยุคนี้ อาจจะมีบางความเห็นมองต่างออกไปอาจคิดว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้วใครจะรู้บ้างว่า สำหรับประชากรไทยแล้วเรามีอัตราผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี และไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น อัตราของผู้ป่วยเป็นโรคความดันสูงจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกก็เพิ่มสูงขึ้นในทุกปีด้วยเช่นกัน นั่นจึงสะท้อนว่าทุกบ้านทุกครอบครัวควรจะมีอุปกรณ์สำหรับช่วยตรวจสอบวัดค่าความดันโลหิตเอาไว้ประจำบ้านเพื่อเช็กสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว

ต้องรู้อะไรบ้างก่อนเลือกซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้งาน

โดยปกติแล้วเมื่อเราอายุมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดโรคความดันก็มีมากขึ้น โรคความดันโลหิตนั้นมีความเกี่ยวข้องกับอายุด้วย นั่นหมายความว่าถ้าบ้านไหนมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านด้วย ก็มีอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดค่าความดันในร่างกายเอาไว้ เมื่อจะซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้งาน หลายคนก็ไม่รู้ว่าควรจะเลือกซื้อแบบไหนดี จึงมีคำแนะนำเบื้องต้นในการเลือกซื้อดังนี้

· ใช้งานง่ายต้องใช้เป็นเครื่องวัดแบบดิจิทัล – อุปกรณ์วัดความดันโลหิตนั้นจะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบที่เป็นปรอทวัดความดัน และแบบที่เป็นดิจิทัล ถ้าผู้ใช้งานไม่ได้มีความรู้ความชำนาญในการใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็แนะนำให้ซื้อเป็นแบบดิจิทัลมาใช้งาน ราคาอาจจะสูงกว่าแบบปรอทเล็กน้อย แต่การใช้งานจะง่ายกว่า ไม่ต้องมีความชำนาญหรือทักษะใด ๆ ก็สามารถใช้งานได้

· ใช้งานไม่บ่อยให้เลือกเครื่องแบบใช้แบตเตอรี่ –  ถ้าไม่ได้ใช้งานวัดความดันบ่อยนัก ก็แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องแบบที่ใช้แบตเตอรี่ ราคาก็จะย่อมเยาลงมากว่าแบบที่มี adaptor

· ต้องเป็นเครื่องวัดที่ได้มาตรฐาน – อุปกรณ์วัดความดันในปัจจุบันมีผลิตออกมาจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ จนบางทีก็เลือกซื้อลำบาก แต่จะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือต้องได้มาตรฐาน โดยก่อนจะเลือกซื้อให้สังเกตเครื่อง CE หรือเครื่องหมาย UL เครื่องหมายทั้งสองนี้เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าอุปกรณ์นั้น ๆ ได้มาตรฐานทางการแพทย์

· การรับประกัน – อีกสิ่งที่สำคัญแนะนำนำว่า ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีการรับประกันประมาณ 2 ปีขึ้นไป

การอ่านค่าต่าง ๆ บนเครื่องวัดความดัน

หลังจากที่ซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยตรวจสอบความดันมาแล้ว ทีนี้ก็ต้องมารู้วิธีการใช้งานและการอ่านค่าต่าง ๆ ปกติแล้วถ้าเป็นเครื่องแบบดิจิทัลก็จะใช้งานได้ไม่ยาก แค่สวมปลอกแขนเข้าไปที่แขนข้างที่จะทำการวัดความดัน กดปุ่มเปิดเครื่อง ระบบของเครื่องก็จะทำการปั๊มลมและทำการวัดค่าความดันให้แบบอัตโนมัติ และวิธีการอ่านค่าความดันบนหน้าปัดอุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน

· ตัวเลขด้านบน – เป็นค่าตัวเลขความดันในช่วงที่หัวใจบีบตัว ถ้าตัวเลขอยู่ที่ต่ำกว่า 130 ก็ถือว่าความดันปกติ แต่ถ้าตัวเลขสูงกว่านั้นขึ้นไปถึง 140 – 159 ก็จัดว่าความดันสูง

· ตัวเลขด้านล่าง – เป็นค่าตัวเลขความดันในช่วงที่หัวใจคลายตัว ถ้าตัวเลขไม่เกิน 85 ก็ถือว่าความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนถ้าตัวเลขขึ้นไปที่ 90 – 99 ก็จะถือว่าความดันสูง

การอ่านค่าตัวเลขความดันโลหิตบนหน้าปัดอุปกรณ์วัดความดัน เราจะดูค่าตัวเลขทั้งตัวบนตัวล่างประกอบกันถึงทั้ง 2 ตัว โดยปกติแล้วตัวเลขจะมีความสัมพันธ์กัน ถ้าความดันปกติตัวเลขทั้ง 2 ตัวก็จะอยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนกัน และถ้าความดันสูง ตัวเลขก็จะขึ้นไปสูงทั้ง 2 ค่าเช่นกัน อาจจะมีค่าตัวเลขที่ผกผันกันไปบ้างในบางครั้ง ก็ให้ทิ้งช่วงสักระยะแล้วกลับมาวัดค่าใหม่ก็จะได้ตัวเลขที่แน่ชัดมากขึ้น

โรคความดันโลหิตสูงนั้นถือว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่อันตรายและคร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนไม่น้อยแล้ว พิษภัยจากโรคนี้อาจทำให้เส้นเลือกในสมองตีบหรือแตกได้ และที่สำคัญหากเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว มักจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ง่าย ส่วนใหญ่แล้วโรคความดันโลหิตสูงกับโรคเบาหวานมักจะมาพร้อมกัน บางคนก็อาจเป็นโรคหัวใจร่วมด้วย จึงถือว่าเป็นภัยเงียบที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย มีเครื่องวัดความดันไว้ประจำบ้านก็จะช่วยได้อีกทาง เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้คอยตรวจสอบได้ว่าช่วงไหนที่เราหรือคนในครอบครัวของเรากำลังเผชิญกับอันตรายจากความดันสูง รู้ล่วงหน้าย่อมดีกว่าเสมอ

อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต้องมีประจำบ้าน