Categories
Uncategorized

เครื่องวัด pm 2.5

รู้ทันมลพิษด้วย เครื่องวัด pm 2.5 ห่างไกลฝุ่น เพื่อสุขภาพปอดที่ดี

เครื่องวัด pm 2.5 เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรารู้เท่าทันปริมาณฝุ่นพิษในอากาศ เพราะอากาศที่เราหายใจอยู่ในทุกวันนี้ไม่ใช่อากาศบริสุทธิ์ แต่ปนเปื้อนไปด้วยฝุ่นขนาดเล็ก และเชื้อโรค ซึ่งโดยปกติแล้วจมูกของเราสามารถดักจับฝุ่น และสิ่งแปลกปลอมเพื่อป้องกันการหลุดเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจได้ แต่สำหรับฝุ่นอย่าง pm 2.5 การดักจับของจมูกเราไม่สามารถป้องกันได้เลย เราจึงต้องมาหาวิธีการหลีกเลี่ยง และป้องกัน เพื่อให้สุขภาพร่างกายของเราไม่โดนทำร้าย

ฝุ่น pm 2.5 เกิดขึ้นได้อย่างไร และเครื่องวัด pm 2.5 จะช่วยให้ห่างไกลได้จริงหรือ

หากให้อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่า ฝุ่นละออง pm 2.5 คืออะไร เราอยากให้นึกถึง “ควัน” ที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ซึ่งกระบวนการป้องกันภายในโพรงจมูกของเราไม่สามารถป้องกันควันให้เข้าสู่ลำคอและระบบทางเดินหายใจได้เลย และหากกล่าวตามทฤษฎี ฝุ่น pm 2.5 คือ ฝุ่นที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือเปรียบเทียบได้กับสัดส่วน 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมเรา ขนาดที่เล็กขนาดนี้เอง ที่ทำให้เส้นขนในจมูกของเราไม่สามารถดักจับได้ 

นอกจากจะมีขนาดเล็กจนเล็ดลอดกระบวนการป้องกันของร่างกายได้แล้ว ฝุ่นพีเอม 2.5 ยังได้นำเอาสารปนเปื้อนต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายด้วย เช่น โลหะหนัก ปรอท และสารก่อมะเร็งอื่น ๆ แล้วสาเหตุของการเกิดฝุ่นชนิดนี้ เกิดจากอะไรได้บ้าง

1. เกิดจากมนุษย์

พฤติกรรมของมนุษย์เรานี่เอง ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝุ่นพิษ เช่น การเผาไหม้ขยะหรือพืชผลทางเกษตรกรรมในที่โล่ง กระบวนการผลิตไฟฟ้า และกระบวนการผลิตสินค้าจากภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยสาเหตุเหล่านี้ก่อให้เกิดควัน ที่ปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีมีพิษ และเมื่อชั้นบรรยากาศของเราไม่สามารถระบายควันเหล่านี้ออกไปได้ ควันพิษจึงอยู่ในอากาศที่เราใช้หายในทุก ๆ วัน 

2. เกิดจากการรวมตัวกันของก๊าซ

ก๊าซพิษในชั้นบรรยากาศ เมื่อเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ก๊าซเหล่านี้จึงไม่เกิดการถ่ายเทไหลเวียนไปที่อื่น การรวมตัวกันและขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ จึงเกิดขึ้น เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไนโตรเจน, แคดเมียม, ปรอท และโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น

จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เราต้องหาวิธีการป้องกันร่างกายจากฝุ่นพิษที่อยู่ในอากาศ โดยนอกจากหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานแล้ว เครื่องวัด pm 2.5 ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรมีติดไว้ข้างกาย เพราะจะช่วยให้เราได้ทราบว่าสถานที่นั้น ๆ ที่เรากำลังเข้าไปมีปริมาณฝุ่นพิษอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อให้เราได้รู้เท่าทันและหาทางหลีกเลี่ยงการเข้าสู่พื้นที่อันตรายนั้น ๆ 

ความร้ายแรงของฝุ่นที่ทำอันตรายต่อร่างกาย

ความร้ายแรงของฝุ่นพิษจนทำให้เราต้องจัดหาเครื่องวัด pm 2.5 มาเพื่อช่วยวัดปริมาณ เป็นเพราะในช่วงแรกของการปนเปื้อนเข้ามาในบรรยากาศ ร่างกายที่แข็งแรงของเราจะไม่รู้สึกถึงการโดนทำร้าย แต่เมื่อมีการสะสมในร่างกายนาน ๆ เราจึงเกิดอาการอันไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ มากมาย จากคนที่เคยแข็งแรง กลับป่วยง่ายหายช้า จากที่ไม่เคยเป็นภูมิแพ้ก็กลับเป็นขึ้นมา โดยเราสามารถแยกอาการจากฝุ่นพิษได้ดังนี้

1. มีอาการไอทั้งแบบไอแห้ง และไอแบบมีเสมหะ บางรายมีอาการคันจมูก และตามมาด้วยภูมิแพ้อากาศ

2. สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ฝุ่นละออง อยู่แล้ว เมื่อร่างกายสะสมฝุ่นพิษเพิ่มเข้าไปอีก จะกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้เดิมหนักขึ้นมากกว่าเดิม และมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ 

3. เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรัง

4. เป็นโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด และมีโอกาสที่จะเป็นหัวใจแบบเรื้อรัง

5. มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดแบบเรื้อรัง ไปจนถึงโรคมะเร็งปอด

6. เกิดผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง มีอาการปวดแสบปวดร้อน และผิวหนังเป็นแผล

7. เกิดอาการลมพิษอย่างเฉียบพลันและรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า และตามข้อพับต่าง ๆ 

8. เซลล์ผิวหนังเกิดความอ่อนแอ ทำให้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และเหี่ยวย่นง่าย

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเราอยู่ในยุคที่ต้องป้องกันตัวเองด้วยการพกเครื่องวัด pm 2.5 และหน้ากากอนามัย เพราะความร้ายแรงของฝุ่น pm 2.5 นี้ กลายเป็นปัญหาระดับโลกที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้จัดอันดับให้ฝุ่นพิษนี้อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ซึ่งไม่เพียงก่อปัญหาด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังทำลายระบบเศรษฐกิจ ที่ทำให้รัฐบาลต้องเติมเงินเข้าสู่ระบบสาธารณสุขเพื่อใช้เป็นการรักษาโรคที่เกิดจากฝุ่นพิษ

เครื่องวัด pm 2.5

Categories
Uncategorized

เจลลี่ ไฟเบอร์

เจลลี่ ไฟเบอร์ ช่วยเรื่องอะไร ทานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ?

เจลลี่ ไฟเบอร์ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางเลือกสำหรับผู้ที่ถ่ายยาก ทานผักและผลไม้น้อย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารทำให้ถ่ายไม่ออก จนทำให้มีสิ่งตกค้างในร่างกาย ไฟเบอร์เป็นใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและมีอยู่ในผักผลไม้หลายชนิด อาทิ บรอกโคลี คะน้า ถั่วชนิดต่าง ๆ กะหล่ำปลี ผักโขม อะโวคาโด กล้วยหอม ส้ม แอปเปิ้ล และอื่น ๆ ที่หากร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดการดูดซึมและช่วยให้อิ่มนานขึ้น แต่หากร่างกายขาดไฟเบอร์ก็จะทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่ดี การทานอาหารเสริมไฟเบอร์จึงช่วยในการขับถ่ายได้ ส่วนจะมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง และควรเลือกทานแบบไหน ไปดูกัน

เจลลี่ ไฟเบอร์ ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ทำไมถึงควรทาน?

· ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ประโยชน์หลัก ๆ ของเจลลี่ ไฟเบอร์เลยก็คือ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ช่วยลดปัญหาเรื่องถ่ายยาก อุจจาระแข็ง อุจจาระบาดรูทวารจนเป็นแผล เนื่องจากต้องใช้แรงเบ่งเยอะและเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก อีกทั้งการไม่ขับถ่ายยังทำให้มีพุงด้วย

· ช่วยให้ถ่ายคล่อง ถ่ายง่าย อุจจาระนิ่มขึ้น ไม่ต้องออกแรงเบ่งเยอะ

· ช่วยปรับสมดุลของระบบขับถ่าย หากทานเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายในร่างกายดีขึ้นและช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นเวลา

· ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย เมื่อระบบขับถ่ายดีขึ้น ระบายของเสียในร่างกายออกได้ดีขึ้น ก็จะช่วยเสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นด้วย

· ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องท้องผูกนาน ๆ และต้องเบ่งอุจจาระบ่อย ๆ จะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคริดสีดวงทวารหนักจากการเบ่งแรง ๆ และโรคมะเร็งลำไส้จากของเสียตกค้างในร่างกาย

· ช่วยบำรุงผิวพรรณ เมื่อร่างกายมีการขับถ่ายที่ดีก็จะช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นด้วย 

เจลลี่ไฟเบอร์ และประเภทของไฟเบอร์ที่ควรรู้

· แบบผงหรือแบบละลายน้ำ เป็นชนิดที่ใช้สำหรับชงดื่ม ทานง่าย อย่างเจลลี่ ไฟเบอร์เองก็ผลิตออกมาในรูปแบบผงสำหรับชงดื่ม หากดื่มทันทีจะเป็นรูปแบบน้ำ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจะเปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อเจลลี่ให้ตักทานได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ทานยาก

· แบบเม็ด ทานง่าย เหมาะสำหรับคนทั่วไป

· แบบแคปซูล เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานแบบเม็ด โดยแบบแคปซูลจะทานง่ายกว่า

การเลือกซื้อ เจลลี่ไฟเบอร์ เลือกอย่างไรให้ดีต่อร่างกาย

· เลือกไฟเบอร์ชนิดที่ได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุข มีเลขที่จดแจ้งระบุเอาไว้อย่างชัดเจน 

· เลือกชนิดที่ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

· ปราศจากน้ำตาลหรือมีน้ำตาลต่ำ เพราะหากมีปริมาณน้ำตาลสูงเมื่อทานบ่อย ๆ ก็อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

· ไม่มีส่วนผสมของยาระบาย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ที่ดีไม่ควรมีส่วนผสมของยาระบาย เพราะเมื่อทานเข้าไปแล้วสามารถส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ โดยจะทำให้มีอาการปวดท้อง ปวดบิด ถ่ายท้อง และอ่อนเพลียได้

ข้อควรระวังในการทานเจลลี่ ไฟเบอร์

· ควรมีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน เจลลี่ ไฟเบอร์ใน 1 ซองควรมีปริมาณบรรจุอยู่ที่ 25, 000 มิลลิกรัมต่อซอง เพราะเป็นปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ไม่ควรทานเกินขนาดหรือเกิน 50,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย 

· ไม่ควรอดอาหาร ไฟเบอร์มีส่วนช่วยในการลดไขมันและลดความอยากอาหาร คนที่ลดน้ำหนักหลายคนจึงเลือกทานเป็นอาหารเสริม แต่เพื่อการทานอย่างถูกวิธีไม่ควรอดอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ 

· คุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน 

· เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ห้ามรับประทาน 

· ผู้ที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานไม่ควรทาน

การทานเจลลี่ ไฟเบอร์ให้ได้ผลดีคือ เลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน ทานในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน และทานตามที่ฉลากระบุ เช่น ทานก่อนนอน 15 นาทีทุกวัน เพื่อให้ไฟเบอร์ใช้เวลาการทำงานได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้นในทุกเช้า สุขภาพดีขึ้น หน้าท้องยุบลง

เจลลี่ ไฟเบอร์

Categories
Uncategorized

ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน

จุก เสียด แน่นท้อง บรรเทาอาการได้ด้วย ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน

ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ได้ความรับนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยสรรพคุณที่ช่วยบรรเทาอาการจุก เสียด แน่นท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสำหรับคุณที่ต้องการทราบว่า อาการท้องเสีย จุกเสียด แน่นเฟ้อนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และยาธาตุชนิดนี้สามารถรักษาอาการได้ระดับไหน อาการแบบใดควรไปพบแพทย์ เราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้แล้วในบทความนี้ 

อาการปวดท้องเกิดขึ้นได้อย่างไร

ก่อนที่จะเลือกรับประทาน ยาธาตุน้ำขาว คุณต้องทราบและทำความเข้าใจก่อนว่า อาการผิดปกติภายในช่องท้อง ที่เราเรียกว่ามีอาการจุก เสียด แน่นเฟ้อ และอาหารไม่ย่อยนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะความเข้าใจในอาการของโรคจะช่วยให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันได้ถูกต้อง โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงกับอาการปวดท้องอันไม่พึงประสงค์ เราไปทำความรู้จักกันดีกว่าว่าอาการแบบใด ที่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาธาตุ และอาการเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

1. อาหารไม่ย่อย

หลังรับประทานอาหารจะเกิดอาการปวดท้องช่วงบน ความรู้สึกอึดอัด จุกที่ลิ้นปี่ แน่นอน ท้องอืด และบางรายมีอาการแสบร้อนกลางทรวงอก โดยอาการเหล่านี้จะสามารถหายไปได้เอง แต่ถ้าปล่อยให้เกิดอาการบ่อย ๆ โดยที่ไม่รักษาหรือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต จะมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร 

ซึ่งการรับประทานยาธาตุน้ำขาวจะสามารถบรรเทาอาการที่เกิดจากอาหารไม่ย่อยได้ แต่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีความสำคัญกว่า คุณควรเปลี่ยนมารับประทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและน้ำอัดลม รวมไปถึงควรรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากเกินไป และไม่ควรรับประทานอาหารเร็วเกินไป แต่ถ้าเมื่อไหร่เริ่มมีอาการเบื่ออาหาร กลืนอาหารลำบาก อาเจียนบ่อย และมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วย ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที

2. กรดไหลย้อน

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูรูดบริเวณหลอดอาหาร ทำให้กรดที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนผ่านขึ้นมาที่หลอดอาหาร ลำคอ และภายในช่องปากได้ โดยเราสามารถสังเกตว่าผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนส่วนใหญ่จะมีอาการฟันผุร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากกรดที่ไหลขึ้นมาสู่ช่องปากนั่นเอง 

อาการของโรคนี้จะทำให้รู้สึกแสบร้อนบริเวณทรวงอก และจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ บางรายมีอาการเรอเปรี้ยว ท้องอืด และเวียนศีรษะร่วมด้วย โดยวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาธาตุน้ำขาวเพื่อช่วยบรรเทาอาการแบบฉุกเฉินได้ นอกจากนี้ควรเปลี่ยนประเภทอาหารด้วยการหันมารับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ย่อยง่าย และรสจืด พร้อมทั้งปรับการนอน ด้วยการใช้หมอนหนุนช่วงคอและหลังให้สูงขึ้นกว่าช่วงท้อง เพื่อป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมายามหลับ

ข้อควรทราบ ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน ไม่ใช่ยาลดกรด

สำหรับคุณที่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง และกำลังสับสนไม่แน่ใจว่าควรรับประทานยาอะไรเพื่อบรรเทาอาการ โปรดอ่านทางนี้ว่า “ยาธาตุน้ำขาว ไม่ใช่ยาลดกรด” ดังนั้นหากคุณเป็นโรคไหลย้อน ยาธาตุจะไม่ช่วยให้อาการหายไปได้ แต่จะช่วยบรรเทาให้อาการจุกเสียดต่าง ๆ ดีขึ้นได้เท่านั้น เพื่อให้คุณเลือกยาให้เหมาะกับอาการ เราไปดูข้อแตกต่างระหว่างยาธาตุและยาลดกรดพร้อมกัน

· ยาธาตุ มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อโรคในลำไส้ได้อ่อน ๆ เท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับอาการติดเชื้อรุนแรง ส่วนประกอบของยาธาตุจะช่วยแก้อาการท้องอืด จุกเสียด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลมได้ดี และย้ำอีกทีว่ายาธาตุไม่สามารถช่วยลดกรดได้

· ยาลดกรด มีฤทธิ์ตามชื่อ คือ ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยที่ไม่ทำให้ความเป็นกรด-ด่างในเลือดเสียสมดุล ช่วยลดอาการปวดท้องเนื่องจากกรดเกินในกระเพาะอาหาร และเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน ข้อสำคัญคือควรใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เมื่อมีอาการเท่านั้น และไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หากพบว่าอาการแสบในช่องท้อง หรืออาการกรดไหลย้อนไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ทันที 

ดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน เป็นยาธาตุที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อ่อน ๆ และไม่ใช่ยาลดกรดแต่อย่างใด แต่สามารถใช้บรรเทาอาการจุกเสียดเนื่องจากกรดไหลย้อนแบบฉุกเฉินได้ นอกจากนี้ส่วนผสมของยายังใช้ได้ดีกับผู้ที่มีอาการจุก เสียด แน่นท้อง และปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย 

ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน

Categories
Uncategorized

ยาป้ายร้อนใน

รู้จักโรคร้อนใน และแผลเปื่อยในปากก่อนใช้ ยาป้ายร้อนใน

เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่คุณต้องรู้จักโรคในช่องปาก ก่อนใช้ ยาป้ายแผลในปาก หรือ ยาป้ายร้อนใน เพราะไม่ว่ายาชนิดใด หากใช้ไม่ตรงกับโรค ก็จะมีข้อผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายตามมา ในบทความนี้เราจึงชวนทุกคนมาทำความรู้จักกกับโรคร้อนใน และโรคแผลเปื่อยในปาก ว่ามีอาการและปัจจัยการเกิดโรคอย่างไร จึงส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเจ็บปวด รวมไปถึงวิธีดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้ทุกท่านได้ใช้ยาอย่างถูกต้องและตรงกับโรค

ใช้ ยาป้ายแผลในปาก ต้องรู้จักอาการและสาเหตุของโรคแผลในปาก

โรคแผลในปาก หรือโรคร้อนใน ที่ทุกบ้านนิยมซื้อ ยาป้ายร้อนใน มาเก็บไว้ประจำบ้าน มีลักษณะเป็นแผลขนาดเล็ก มักจะเกิดขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อภายในช่องปาก ด้านในริมฝีปาก เหงือก ด้านในของแก้ม และลิ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด และรับประทานอาหารลำบาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่แผลเหล่านี้จะสามารถหายไปได้เอง แต่เรามารู้สาเหตุของโรคเพื่อการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดทรมานนี้กันดีกว่า

1. เกิดการบาดเจ็บในช่องปาก สาเหตุนี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ตั้งใจ เช่น การเผลอไปกัดปากโดยไม่ตั้งใจ, การแปรงฟันแรงเกินไป, การบาดเจ็บที่เกิดจากการเล่นกีฬา และการทำฟัน เป็นต้น

2. การใช้ผลิตภัณฑ์ในช่องปาก ยาสีฟัน และน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารโซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำความสะอาด ขจัดคราบไขมัน และทำให้เกิดฟอง อาจทำให้ช่องปากมีแผลเกิดขึ้นได้

3. ขาดวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินบี 12, กรดโฟเลต, ธาตุเหล็ก และสังกะสี เป็นต้น

4. อาหาร พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ที่มีกรดมากเกินไป ก็สามารถทำให้เกิดแผลร้อนในได้เช่นกัน เช่น สับปะรด, ส้ม, มะนาว และอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เป็นต้น

5. มีอาการติดเชื้อ การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา บางชนิดจะแสดงอาการทำให้เนื้อเยื่อในช่องปากเป็นแผลได้

6. โรคและอาการเจ็บป่วย เช่น โรคเบาหวาน, โรคเอดส์, โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

7. ฮอร์โมน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง สามารถส่งผลต่อช่องปากได้เช่นกัน โดยสาเหตุนี้สามารถใช้ ยาป้ายแผลในปาก เพื่อบรรเทาอาการได้

8. ปัจจัยเสริม เช่น ความเครียด พฤติกรรมการรับประทานอาหารเร็ว และการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเกิดแผลร้อนใน นอกจากการใช้ยาป้ายร้อนใน

เมื่อเกิดแผลร้อนใน หรือแผลในปาก การใช้ ยาป้ายแผลในปาก เป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยบรรเทาการความเจ็บปวด และช่วยให้แผลลดการอักเสบลงได้ ซึ่งนอกเหนือจากการใช้ยาแล้ว เรายังมีวิธีดูแลตัวเอง เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วมากขึ้นมาฝาก

1. ใช้น้ำเกลือ คุณสามารถล้างปากได้โดยการใช้น้ำเกลือ หรือเบกกิ้งโซดาผสมน้ำสำหรับการบ้วนปากได้ หรือเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ก็จะสามารถช่วยลดอาการบวมของแผล และลดความเจ็บปวดได้

2. ใช้การประคบเย็น นอกจาก ยาป้ายร้อนใน ที่ได้กล่าวไปแล้ว การประคบเย็นด้วยน้ำแข็ง หรือเจลเย็นบริเวณที่เป็นแผล สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้

3. เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ในระหว่างที่เป็นแผลร้อนในควรระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารให้มากเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด เค็มจัด และไขมัน ให้รับประทานอาหารที่อ่อนแต่มีสารอาหารครบถ้วน เช่น โจ๊กใส่ไข่ ซุปผัก และข้าวต้ม เป็นต้น รวมไปถึงงดอาหารประเภทขนมที่มีความกรุบกรอบ และเครื่องดื่มที่มีกรดอย่างน้ำอัดลม 

4. เพิ่มอาหารเสริม หากสามารถรับประทานอาหารเสริมได้ ให้เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิค, วิตามินบี 6-12 และสังกะสี โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

5. เปลี่ยนผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก ควรเลือกเปลี่ยนแปรงสีฟันให้มีความอ่อนนุ่มมากขึ้น และเลือกใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟอง หรือเลือกยาสีฟันที่ไม่มีส่วนผสมของโซเดียม ลอริล ซัลเฟต

6. ใช้สมุนไพร เป็นวิธีทางธรรมชาติที่จะช่วยบำบัดให้อาการปวดบรรเทาได้ เช่น การดื่มชาคาโมมายล์ และรากชะเอม เป็นต้น

ยาป้ายแผลในปาก จะใช้ได้ผลดีกับแผลร้อนในที่เกิดจากสาเหตุทั่วไปเท่านั้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสังเกตว่าแผลของคุณเริ่มขนาดวงกว้างมากขึ้น มีอาการบวมแดงเพิ่มขึ้น อีกทั้งการป้ายยาก็ไม่ช่วยให้อาการทุเลาลง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อขอรับคำวินิจฉัยและวิธีการรักษาที่ถูกต้องทันที

ยาป้ายร้อนใน